ยกที่ 3!! บุรีรัมย์ VS เมืองทองฯ จะจบลงแบบไหน???

ยกที่ 3!! บุรีรัมย์ VS เมืองทองฯ จะจบลงแบบไหน???
ยกที่ 3!! บุรีรัมย์ VS เมืองทองฯ จะจบลงแบบไหน???

หลังจบเกมทีมชาติไปเมื่อวานนี้ (8 ต.ค.) ก็ได้เวลาที่เราจะได้กลับมาเชียร์บอลสโมสรกันอีกครั้ง โดยจะประเดิมด้วยศึกฟุตบอลลีก คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย วันพุธที่ 11 ต.ค.นี้ มีทั้งหมด 4 คู่ 4 สนาม ซึ่งบิ๊กแมตช์ประจำรอบนี้คือการโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งของ บุรีรัมย์ กับ เมืองทองฯ ซึ่งเป็นคำรบที่ 3 แล้วในฤดูกาลนี้ ต้องมารอดูว่าผลการแข่งขันมันจะจบแบบไหน

ได้เวลาที่แฟนบอลจะได้กลับมาดูและเชียร์ฟุตบอลสโมสรกันอีกครั้ง หลังจบเกมทีมชาติกันไป ซึ่งผลงานของทีมช้างศึกก็ถือว่าปิดฉากปี 2017 ได้สวยงามด้วยการบุกไปชนะเมียนมา 3-1 และเปิดบ้านเฉือนเคนยา 1-0 วานนี้ (8 ต.ค.) ปลายเดือนตุลาคมเราก็มาลุ้นกันว่าอันดับโลกของไทยจะขยับขึ้นมากน้อยแค่ไหน อย่างที่สมาคมฯ ตั้งใจไว้ แต่ความเป็นจริงก็คงไม่ขยับไปไหนมาก เผลอๆ อาจจะยังเป็นรองฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เหมือนเดิมด้วยซ้ำ 

เอาละมาว่าที่เรื่องที่เปิดหัวกันไปดีกว่า กับเกมฟุตบอลลีก คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่มีคิวจะลงฟวดแข้งกันในวันพุธที่ 11 ต.ค.นี้ โดยมีด้วยกันสี่คู่ แอร์ฟอร์ซ พบ บีอีซี เทโรฯ,ราชบุรี พบ สุโขทัย,เชียงราย พบ อุบลฯ และคู่บิ๊กแมตช์ประจำรอบนี้ก็คือการกลับมาพบกันของ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์รายการนี้ 4 สมัย ไม่รวมแชมป์ร่วมเมื่อปีที่แล้ว พบกับ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ที่ยังไม่เคยสัมผัสกับถ้วยแชมป์ใบนี้ นอกจากการเป็นแชมป์ร่วมกับบุรีรัมย์ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

ซึ่งคู่นี้จริงๆ แล้วจะเป็นคู่ชิงชนะเลิศกันเมื่อซีซั่นก่อน แต่เมื่อไม่สามารถทำการแข่งขันได้ ทั้งคู่จึงครองแชมป์ร่วมกัน และมาปีนี้ก็มาเจอกันเร็วไปหน่อยในรอบ 8 ทีมสุดท้าย 

ความมันส์ และความน่าสนใจของคู่นี้ ผมคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมาก เพราะเจอกันที่ไหนเมื่อไหร่ก็มันทุกยก แน่นอนเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าทั้งบุรีรัมย์ และเมืองทองฯ คือสองมหาอำนาจลูกหนังในเมืองไทยเวลานี้ และคงจะแย่งแชมป์ไทยลีกกันอยู่แค่สองทีมไปอีกหลายฤดูกาล รวมทั้งปีนี้ก็เป็นทั้งคู่ที่กำลังขับเคี่ยวลุ้นแชมป์กันอยู่ แต่ปราสาทสายฟ้าดูจะมีภาษีที่ดีกว่า

นอกจากบอลลีก ทั้งคู่ยังอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ในฟุตบอลถ้วยอีกทั้งสองรายการ นอกจากลีก คัพ ก็ยังมี เอฟเอ คัพ ที่ทั้งคู่ก็อยู่ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเช่นกัน แต่ในเอฟเอ คัพ ทั้งคู่ไม่ได้เจอกันในรอบนี้ แต่ก้มีแน้วโน้มว่าจะเจอกันไม่รอบนี้ก็รอบหน้า หรืออาจจะเป็นรอบชิงชนะเลิศ 

และอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เกมคุ่นี้น่าสนใจมากขึ้นไปอีกก็คือ ทั้งคู่ในช่วงฟอร์มที่กำลังเข้าฝัก โดยเฉพาะบุรีรัมย์ ที่ชนะมารวดทุกรายการจำไม่ได้ว่ากี่นัดแล้ว ไม่มีสะดุดเสมอหรือแพ้เลย ขณะที่กิเลนผยองก่อนหน้านี้อาจจะมีทำแต้มหลุดมือไปบ้าง แต่ช่วงหลังก็ชนะมารวดเช่นกัน ทำให้เกมนี้ทั้งคู่น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเจอกัน สภาพทีมสมบูรณ์และกำลังอยู่ในช่วงที่ผลงานดี

ในฤดูกาลนี้ทั้งสองทีมเจอกันมาแล้ว 2 ครั้ง ในฟุตบอลไทยลีก เลกแรก และเลกสอง โดยยกแรกเล่นกันที่บ้านของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ไอ-โมบาย สเตเดี้ยม เกมนั้นเป็นฝ่ายของบุรีรัมย์ ที่เอาชนะไปได้ 2-0 จาก จาจ้า และ สุเชาว์ นุชนุ่ม ชนิดที่เอสซีจี เมืองทองฯ นั้นสู้ไม่ได้ 

ขณะที่เลกสอง กลับมาเล่นที่เอสซีจี สเตเดี้ยม ก็เสมอกันไป 1-1 โดยบุรีรัมย์ นั้นขึ้นนำก่อนจากลูกฟรีคิกปลิดวิญญาณของ ราฟาเอล บาสโตส ก่อนที่เจ้าถิ่นจะมาได้ประตูตีเสมอเซฟชีวิตช่วงท้ายเกมจาก เลอันโดร อัสซัมป์เซา ทำให้สุดท้ายแบ่งแต้มกันไป

ถ้าดูจากผลการแข่งขันทั้งสองนัด และใช้กฎเฮดทูเฮด ปีนี้ ปราสาทสายฟ้า นั้นดีกว่า กิเลนผยอง แต่นั่นก็เป็นการคิดคะแนนในไทยลีก โดยบุรีรัมย์ นั้นเอาชนะไปได้ก่อนแล้ว แต่ในวันพุธนี้จะเป็นเกมบอลถ้วย ซึ่งเล่นแบบน็อคเอาท์ นัดเดียวรู้เรื่อง ดังนั้นยังไงเกมนี้ก็จะต้องมีผลแพ้ ชนะ และจะต้องมีหนึ่งทีมเข้ารอบ ส่วนอีกทีมหนึ่งต้องตกรอบไป

ในเลกแรกที่ทั้งคู่เจอกันทีมเซราะกราวนั้นคุมทัพโดย รันโก้ โปโปวิช แต่ในเลกสองนั้นเป็น โบซิดาร์ บันโดวิช ส่วนของเอสซีจี เมืองทองฯ ก็เป็นโค้ชแบน ธชตวัน ศรีปาน ที่คุมทั้งสองนัด ก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะมีผลกับเรื่องการแข่งขันหรือไม่

มาลองดูที่ตัวผู้เล่นของทั้งสองทีมในเวลานี้ เจ้าถิ่น บุรีรัมย์ ดูจะไม่มีปัญหาอะไร ตัวที่ไปรับใช้ทีมชาติก็มี นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ที่เจ็บมา เช่นเดียวกับ พรรษา เหมวิบูลย์ ที่เล่นทีมชาติมาเต็มเกมนัดที่เจอเคนยา ก็มีอาการบาดเจ็บกลับมาเล็กน้อย แต่ดูแล้วทั้งสองคนน่าจะกลับมาประจำการได้ ขณะที่ผู้เล่นคนอื่นๆ อย่าง ตูเนซ,ดิโอโก้ และ จาจ้า พร้อมทั้งหมด จึงถือว่าค่อนข้างฟูลทีม

ขณะที่ทีมเยือนกิเลนผยอง ในช่วงฟีฟ่าเดย์ ก็มีนักเตะไปรับใช้ชาติหลายคน โดยคนที่เล่นเป้นตัวหลักตลอดอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา และ ธีราทร บุญมาทัน ก็อาจจะมีอาการล้าเล็กน้อย โดยเฉพาะในรายของเจ้ามุ้ยนั้นได้รับบาดเจ็บกลับมาด้วย ส่วนที่เจ็บอยู่ก่อนก็มี ทริสตอง โด และที่เจ็บเพิ่มก่อนเกมกับเคนยา ก็มี พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ขณะที่ในรายของ เจ้าตอง กวินทร์ ก็ถือว่ากลับมาได้ทันเวลาพอดีแถมยังโชว์ฟอร์มได้ดีกับทีมชาติด้วย 

ส่วนตัวต่างชาติที่กำลังฟอรืมฮอตทั้ง เอเบอร์ตี้ เฟอร์นานเดส และ เลอันโดร อัสซัมป์เซา ถือว่าฟิตสมบูรณ์เต็มร้อย ดูจากความพร้อมแล้วในรายของ ธีรศิลป์ กับ ธีราทร ไม่น่ามีปัญหา น่าจะกลับมาลงสนามได้ ขณะที่ พีรพัฒน์ และ ทริสตอง โด คงต้องรอดูอาการกันอีกครั้ง โดยในสองรายหลังถ้าลงไม่ได้จริงๆ ก็ยังมีตัวทดแทนได้ รวมๆ แล้วก็ถือว่าสมบูรณ์เต็มที่เช่นกัน

ส่วนปัจจัยด้านอื่นๆ ที่มีผลในเกมนี้ก็อย่างเรื่องผู้ตัดสิน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่หลายคนจับตามองว่าจะอย่างไร ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงอิมพอร์ตเปานอกมาตัดสิน แต่เกมนี้ทางท่านนายกสมาคมฯ ยืนยันว่าจะใช้ผู้ตัดสินมือดีที่สุด เรียกว่าเอาเบอร์หนึ่งของเมืองไทยไปทำหน้าที่กันทั้งชุดเลย จะเป็นใครเดี๋ยวเรามารอดูกัน 

อีกเรื่องก็คือเสียงเชียร์ของแฟนบอล แน่นอนว่าความได้เปรียบเรื่องนี้คงจะเป็นบุรีรัมย์ ที่ได้เปรียบเพราะลงเล่นในบ้านของตัวเอง แฟนบอลก็จะเข้าไปมากกว่าทีมเยือนแน่นอน และด้วยบรรยากาศต่างๆ ก็คงจะอยู่ที่เจ้าบ้านเป็นหลัก แต่เรื่องนี้ก็ว่าไม่ได้เพราะมันอยู่ที่การจับสลาก  

นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว เหลือเพียงแค่รอให้ถึงวันพุธนี้และรอดูว่าเกมจะออกมาเป็นอย่างไร เอาจริงผมก็เริ่มจะอดใจไม่ไหวแล้ว อยากให้ถึงวันพุธนี้เร็วๆ หวังว่ามันจะเป็นเกมที่สู้กันอย่างสนุกในสนามฟุตบอล และเป็นเกมที่ขาวสะอาด และไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นแบบไหน ก็หวังว่าแฟนบอลทั้งสองทีมจะยอมรับกับมัน และไม่มีดราม่าอะไรตามมา 

สวัสดีครับผม

มูซาชิ

 

บทความอื่นๆ ของ chicharitao
รอบรั้วบอลไทย
แชมป์ FA CUP จุดเริ่มต้นสู่ความยิ่งใหญ่ของ เชียงรา...
รอบรั้วบอลไทย
ยกที่ 4!! สงครามสุดท้ายของ กว่างโซ้ง กับ กิเลน ใคร...
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น