เลิกหวังกับ ปาฏิหาริย์ 7-0

​ตั้งแต่ผมลืมตาอ้าปาก ได้ดูฟุตบอลแบบจริงๆจังๆ เมื่อสักปี 1998 ทีมชาติฮอลแลนด์ ในความทรงจำของผมคือ พวกเขาเป็นชาติยักษ์ใหญ่ อัดแน่นไปด้วยนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ของโลก พร้อมกับมีลุ้นแชมป์ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆอยู่เสมอ

ผมไม่เคยเห็น อัศวินสีส้ม ต้องพลาดไปแข่งขันรายการ "ยูโร" และ "ฟุตบอลโลก" แบบติดๆกัน แม้แต่ครั้งเดียว อย่างน้อย พลาด "เวิลด์ คัพ" ก็ยังมี "ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป" มาคอยดามใด

แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะเกิดขึ้น ฮอลแลนด์ เตรียมพลาดไปเล่น ฟุตบอลโลก 2018 อย่างเป็นทางการ ต่อจาก ยูโร 2016 โดยมีโอกาสเพียงแค่ 0.01 % เท่านั้น ในทางปฏิบัติ แม้ทางทฤษฎียังพอคิดบวกได้เล็กๆก็ตาม

มีทางเดียวที่ ฮอลแลนด์ จะต่อลมหายใจ ผ่านเข้าไปเล่นในศึก "เวิลด์ คัพ" รอบเพลย์ออฟ โซนยุโรป คือต้องเปิดบ้านเอาชนะ สวีเดน รองจ่าฝูงของกลุ่ม ให้ได้ ด้วยสกอร์ 7-0

แค่นึกคิดเรื่องสกอร์ ความหวังก็หมดไปแล้ว หากมองลงลึกเจาะไปที่ตัวนักเตะ ใครล่ะคือความหวังของพวกเขา ??

ในอดีต ฮอลแลนด์ มีสตาร์ดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โยฮัน ครัฟฟ์ เจ้าของฉายานักเตะเทวดา ชุดรองแชมป์ ฟุตบอลโลก 1974, ยุค 3 ทหารเสือ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด, รุด กุลลิท และ มาร์โก แวน บาสเท่น เหล่าตำนานที่พา "อัศวินสีส้ม" เขย่าบัลลังค์ซิวแชมป์ ยูโร 1988, ผ่านมาจนกระทั่งยุค 90 ที่ชื่อเสียงยังคงโด่งดังเป็นพลุแตก อาทิ เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์, แฟร้งค์ เดอ บัวร์, เดนนิส เบิร์กแคมป์, เอ็ดการ์ ดาวิดส์, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ และ แพทริค ไคลเวิร์ต เป็นต้น

ก่อนจะมีผู้มาสานงานต่ออย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, อาร์เยน ร็อบเบน และ เวสลี่ย์ สไนเดอร์

เมื่อตัดภาพกลับมายังโลกแห่งความจริง โลกปัจจุบันที่ "อัศวินสีส้ม" ต้องประสบพบเจอ พวกเขาแทบไม่มีนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์แบบนั้นอีกแล้ว

ทุกวันนี้ ฮอลแลนด์ ยังคงต้องทิ้งภาระให้กับ ร็อบเบน ชายวัย 33 ปี เป็นผู้แบกทีมอยู่เหมือนเดิม โดยเฉพาะเกมที่กว่าจะเอา เบลารุส ได้ 3-1 ในศึก ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก นัดสุดท้าย เขาเป็นคนซัดจุดโทษพาทีมขึ้นนำ 2-1 ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกม และเป็นดาวซัลโวสูงในทัวร์นาเมนต์นี้ของทัพ "อัสวินสีส้ม" 4 ประตู ..

คำถามคือจะให้ ร็อบเบน แบกทีมไปถึงเมื่อไหร่

อะคาเดมี่ของ อาแจ็กซ์ ผู้เคยปลุกปั้นนักเตะระดับโลกมาแล้วมากมาย ซึ่งมันต่อยอดไปถึงทีมชาติฮอลแลนด์ ทุกวันนี้แทบไม่ได้เห็นแบบนั้นอีกแล้ว

นักเตะชาวฮอลแลนด์ ที่เคยถูกส่งออกไปสู่ทีมยักษ์ใหญ่ต่างแดน เริ่มไม่ได้เห็นกันอีกแล้วในปัจจุบัน

โดยเฉพาะ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เริ่มขยาดกับ เมมฟิส เด ปาย และ วินเซนต์ ยานส์เซ่น 2 นักเตะที่เคยครองดาวซัลโวลีกดัตช์ แต่กลับล้มเหลวไม่เป็นทีมเมื่อย้ายทีม

หากไม่นับ ร็อบเบน ฮอลแลนด์ ชุดนี้ คงจะมีเพียง เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ ปราการหลัง เซาธ์แฮมป์ตัน ที่มีโอกาสฉายแววก้าวไปเป็นซุปตาร์ ในอนาคตได้ ส่วน ดาลี่ย์ บลินด์ กับ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม เหมือนเดินย่ำอยู่กับทีมไม่ได้มีการพัฒนาไปไหนไกล

การต่อบอลอันสวยงาม ที่เคยเป็นจุดเด่นของ ฮอลแลนด์ มันหายไป เกมดูช้าลง และไม่ค่อยมีความหลากหลายมากนัก

ดังนั้นเมื่อมองกันถึงตรงนี้ การเอาต้องถล่มเอาชนะ สวีเดน 7-0 เป็นเรื่องที่แทบไม่มีความเป็นไปได้ หรือเรียกง่ายๆคือพวกเขาตกรอบพลาดตั๋วไป ฟุตบอลโลก 2018 แล้ว 99.99 % ถึงขนาดที่ ร็อบเบน ยังต้องทำใจยอมรับ

ด้วยขุมกำลังชุดนี้ ผมไม่เชื่อว่า วินเซนต์ ยานส์เซ่น จะรีดฟอร์มเก่งสุดขีด ซัดคนเดียว 4 ประตู หรือ มีใครที่ยกระดับขึ้นมาซัด สวีเดน ชุดที่ไม่มีแม้กระทั่ง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แต่กลับทำให้นักหลอมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ ถึง 7-0

แม้ทางทฤษฎียังมีความเป็นได้สำหรับ ฮอลแลนด์ แต่อยากบอกตรงนี้ว่า "ให้เลิกหวังกับ ปาฏิหาริย์ 7-0"

ฮาย ฮาวดี้-

บทความอื่นๆ ของ Wiriyanuntakul
ซอคเกอร์ลิซึ่ม
เด็กดาวน์ซินโดรม ผู้ส่งแรงบันดาลใจมาสู่อีกมุมหนึ่ง...
ซอคเกอร์ลิซึ่ม
ท่ามกลางกระแส เด เคอา แต่ ป็อกบา คือคนที่น่าห่วง
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น