โปรเจ็คท์ยักษ์ของ มิลาน จะพินาศ ถ้า....

เอซี มิลาน ผ่านเปลี่ยนสู่ยุคใหม่เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยเจ้าของทีมมือใหม่จากแดนมังกร ที่มีโปรเจ็คท์สร้างฝันที่การพา "ปีศาจแดง-ดำ" กลับไปเป็นครองบัลลังก์ความยิ่งใหญ่อีกครั้งให้ได้ทั้งในประเทศและในยุโรป เม็ดเงินมากมายอัดฉีดเข้ามา แต่ใช่ว่าจะสำเร็จได้ในเวลาเพียงชั่วอึดใจอย่างที่ต้องการ

สาบานตามตรงว่ามีโอกาสได้ดูฟอร์มของ เอซี มิลาน ยุคใหม่แบบเต็มๆ ตาก็เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง ในเกมที่พบกับ ลาซิโอ เพราะเป็นคิวตัวเองรายงานสดพอดี ซึ่งคำนิยามเดียวสำหรับผมในตอนนี้คือ "ดูไม่จืด" ครับ แน่นอน เพราะเล่นกันได้ไม่เอาอ่าวเอาซะเลย ไม่งั้นบนสกอร์บอร์ดคงไม่ออกมาเละเทะแพ้ถึง 4-1 แน่ๆ 

แก๊งค์พระเอกพันล้านถูกขโมยซีนจากสิงคะนองนา อิโมบิเล่ ที่ซัดแฮตทริกในเกมนี้

ก็อาจมีส่วนใช่ครับที่ผมดันไปดูเกมที่พวกเขาต้องมีคิวเล่นเกมยุโรปในช่วงกลางสัปดาห์พอดี ก็เลยอาจมีเล่นกันกั๊กๆ ไปบ้าง หรือไม่ก็บังเอิญเป็นนัดที่พวกเขาเล่นได้ย่ำแย่พอดีด้วยละมั้ง แต่อย่าว่างั้นงี้เลย ผมคาดหวังว่าทีมที่ซื้อนักเตะมาร่วมทีมเป็น 10 คน แถมเป็นระดับสตาร์อยู่หลายคนอย่างพวกเขา น่าจะทำอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจได้มากกว่านี้ มากกว่าการแพ้ ลาซิโอ แบบดูแล้วน่าปวดใจแทนกองเชียร์ที่อุตสาห์เดินทางไปให้กำลังใจ

เอาจริงๆ มันก็ไม่ผิดจากที่ผมคาดเดาเท่าไหร่ แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะแย่ขนาดนี้ คือผมมองว่าการที่พวกเขาซื้อนักเตะมามากเกินไป มันอาจเกิดปัญหาในเรื่องการปรับตัวและการเล่นร่วมกันของแข้งใหม่และแข้งเก่า รวมถึงการมีกุนซือเป็น วินเซนโซ่ มอนเตลล่า ที่พูดตามตรงก็คือบรามียังไม่ถึงจะคุมบรรดาซูเปอร์สตาร์ชุดนี้ไว้ด้วยกันได้ ก็เลยคิดว่าคงต้องใช้เวลานานทีเดียว เพื่อปรับจูน หรือไม่ก็อาจต้องเปลี่ยนกุนซือกันไปเลย 

สภาพ ดอนนารุมม่า ที่ไม่ต้องซื้อปี๊ปเอาเสื้อคลุมเองนี่แหล่ะง่ายดี

แรกๆ ผมก็คิดว่าผมคงคิดผิดก็ได้ละมั้ง เพราะพวกเขาแม้จะมีเกมปรีซีซั่นที่ไม่ดีนัก แต่ก็ออกสตาร์ทได้ดีเหลือเกินทั้งในลีก และใน ยูโรปา ลีก ผมดูแค่ผลการแข่งขันก็เห็นว่าพวกเขาชนะคู่แข่งได้ทุกนัด และแทบไม่เสียประตูให้ใคร เพิ่งมาเสียลูกเดียวในนัดที่แล้วที่เจอกับ กายารี่ เท่านั้น เห็นแค่นั้นก็พลันคิดไปว่า เออ....มันก็เป็นไปตามศักยภาพนะ ซื้อตัวมาเพียบขนาดนี้ ริคาร์โด้ โรดริเกวซ เอย ฮาคาน ชาลฮาโนกลู เอย เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ อีก อันเดร ซิลวา ก็มี ที่เหลืออีกล่ะ ก็คงไม่แปลกที่จะฟอร์มดีขนาดนี้ ที่เราคิดว่ามันจะเล่นไม่เข้ากัน มันคงคิดผิดก็ได้

แต่พอถึงเวลาก่อนเข่ง จากที่ถามๆ คนอื่น ก็ได้รู้มาว่า ความจริงก็มีหลายเกมที่ มิลาน ทำได้ไม่ดีอย่างที่คิด นัดที่แล้วก็เกือบแพ้ แต่มาได้ฟรีคิกของ ซูโซ่ ช่วยชีวิตไว้เลยรอดมาได้ คราวนี้ก็เลยเจอบททดสอบที่หนักหน่อย เพราะนอกจากจะต้องคอยพะวงกับการไปเล่น ยูโรปา ลีก กลางสัปดาห์แล้ว การเจอทีมใหญ่อย่าง "อินทรีฟ้า-ขาว" ที่สนาม โอลิมปิโก สตาดิโอน ก็ไม่ใช่งานที่ลุยง่ายๆ ธรรมดาๆ จะผ่านไปได้ สุดท้ายทั้งการจัดทีม ทั้งการแก้เกม และสมาธิ รวมถึงระบบการเล่น ก็เลยออกมา "สู้ไม่ได้" อย่างที่เห็น

นั่นคือความรับผิดชอบของคนเป็นโค้ช ต้องยอมรับว่า มอนเตลล่า โชคดีที่ยังได้ทำงานต่อทั้งๆ ที่ทีมมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร เพราะผลงานในซีซั่นที่แล้วก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ เกือบจะไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปด้วยซ้ำ ที่ได้ไปก็เพราะมีตั๋วหล่นมาถึง ทั้งที่ความจริงอันดับไม่ได้แล้วด้วย มาซีซั่นนี้ต้องรับบทหนักกว่าเดิมอีก เพราะความกดดันมากกว่าแน่นอน ทีมเสริมทัพขนานใหญ่ ต้องมาพร้อมความต้องการที่มากขึ้น เกมกับ ลาซิโอ เป็นแค่จุดเริ่มต้นของความพินาศหรือเปล่า การเลือกใช้นักเตะของเขายังเป็นเครื่องหมายคำถามไม่น้อย นักเตะดีๆ อันเดร ซิลวา ไม่ได้ลงเล่น ขณะที่ ฟาบิโอ บอรินี่ ที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วในหลายๆ ที่ว่ากากจริง ยังได้ลงสนามต่อเนื่อง

โบนุชชี่ ของแข็งจาก ยูเวนตุส ยังหัวร้อนเมื่อเจอฟอร์มโหดของ สิงห์คะนองนา

ผมมองว่า เอซี มิลาน ตอนนี้ ก็เหมือนร้านอาหาร ที่มีวัตถุดิบชั้นดี ทีเงินทุนที่พร้อมจะสนับสนุน ตกแต่งให้ร้านออกมาดี ซื้อของดีๆ เข้ามาขายได้ เพียงแต่เชฟที่ปรุงอาหารเสริฟให้ลูกค้า บอกตรงๆ ว่าฝีมือไม่ถึง หยิบนั่นผสมนี่ออกมาไม่ดีเท่าที่ควร คนกินก็กินได้ เพราะส่วนผสมมันดี แต่ถามว่าอร่อยจนอยากกินไปนานๆ แค่ไหน ก็คงไม่มาก ปัญหามันก็จะสะสมไปเรื่อยๆ จนลูกค้าเบื่อแล้วก็หนีจนร้านเจ๊งไปเอง เชื่อเถอะว่าไม่ช้าก็เร็ว มิลาน ถึงเวลาก็ต้องเปลี่ยนเชฟใหม่วันยันค่ำแน่นอน 

กุนซือสำคัญที่สุดสำหรับทีมฟุตบอล มีนักเตะเก่งแค่ไหน ถ้ากุนซือมือไม่ถึง ก็เท่านั้นจริงๆ

"มิสเตอร์XL"

บทความอื่นๆ ของ cannesta
บอลพอกหางหมู
สิงโต รุ่นใหม่ วัดรอยเท้ายุคทอง
บอลพอกหางหมู
'ผี' ขาดใจเมื่อไร้ ป็อกบา
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น