จอร์จ ดวงมณี ดาวรุ่งกอล์ฟไทยที่ตีไกลไปถึงระดับโลก

ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เรื่องราวที่น่าสนใจในสื่อกีฬามีหลากหลายชนิด แต่ที่น่าสะดุดให้เก็บมานั่งคิดและตั้งคำถามคือการได้แชมป์กอล์ฟระดับโลกของ "จอร์จ ดวงมณี" เด็กไทยวัย 15 ปี ในรายการ "ทีน เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2017" ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

พอไล่พลิกหาข้อมูลของเด็กคนนี้แล้วถือว่ามีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะชีวิตการเล่นกีฬากอล์ฟครั้งแรกของเขาในวัย 8 ขวบก็สามารถคว้าแชมป์ได้เลยทันที และ แน่นอนว่าสิ่งนี้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เขาตั้งความฝันเอาไว้ที่จะเป็น"นักกอล์ฟอาชีพ"

คำว่า "นักกอล์ฟอาชีพ" ที่จอร์จตั้งใจเอาไว้ มันสะกิดให้ทบทวนว่า นอกจาก ธงชัย ใจดี , ประหยัด มากแสง,พรหม มีสวัสดิ์ แล้วในวงการกอล์ฟอาชีพไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีใครที่ก้าวขึ้นไปเล่นในรายการชั้นนำของโลกแล้วประสบผลความสำเร็จได้บ้าง

ชื่อที่นึกขึ้นได้ก็มี "โปรอาร์ม" กิรเดช อภิบาลรัตน์ ที่กำลังไปได้ดี และ ที่ดังเป็นพลุแตกก็คงหนีไม่พ้น "โปรเม"เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟหญิงที่เคยก้าวไปอยู่อันดับ 1 ของโลกมาแล้ว 

ชื่อที่ยกตัวอย่างมานั้นเป็น"สองยุค"ที่ใช้การเดินทางสู่ความสำเร็จที่แตกต่างกัน เพราะในช่วงหลังการพัฒนากีฬากอล์ฟในไทยเริ่มเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก

การใช้ข้อมูลเปรียบเทียบจำเป็นต้องมีผู้ที่คร่ำวอดอยู่ในวงการมาให้ความรู้ในด้านนี้ และ โชคดีที่งานเขียนนี้สามารถเดินต่อไปได้เพราะผู้ที่ให้ความรู้ส่วนนี้คือ "คุณจงใจ นิยมวานิช" ที่ปรึกษาสมาพันธ์นักกอล์ฟเยาวชนไทย

"สมัยก่อนนักกีฬาที่จะได้เล่นกอล์ฟนั้นจะพัฒนามาจากแคดดี้ โดยจะทำงานแลกกับการได้ตีฟรีๆในสนามสัปดาห์ละสองครั้ง ซึ่งแตกต่างกับสมัยนี้มากที่ทุกอย่างมีครบครัน" 

"ส่วนการฝึกซ้อมถ้าเทียบ ธงชัย ใจดี ที่เป็น 1 ในนักกีฬาเยาวชนในกลุ่มไรท์ซิ่งสตาร์ตอนนั้น กับนักกีฬาระดับเยาวชนตอนนี้ก็แตกต่างกันไม่น้อย เพราะด้วยการสนับสนุน และ เทคโนโลยีมันเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ผมยึดถือมาตลอดในการสอนนักกีฬาคือต้องให้เขาเล่นเป็นระบบและฝึกให้เป็นระบบ ที่สำคัญต้องไม่แพ้เพราะหมดแรง "

นั้นเป็นความเห็นในมุมการซ้อม และ โอกาสการได้เป็นนักกีฬากอล์ฟ ขณะเดียวกันคุณจงใจมองถึงนักกีฬากอล์ฟที่จะก้าวไปเล่นระดับโลกคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

"อย่างที่บอกหลายอย่างเปลี่ยนไป การจะส่งนักกีฬาไทยให้ก้าวไปเป็นระดับโลกนั้นถือว่ายาก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส หากเป็นไปได้ควรหาทางไปเรียนที่ต่างประเทศ เพราะที่นั้นมีการจัดการที่ดี คุณจะได้ทั้งการฝึกซ้อม และ การเรียนคู่กันไปด้วย "  ที่ปรึกษาสมาพันธ์นักกอล์ฟเยาวชนไทยกล่าวทิ้งท้าย

จากนั้นผู้เขียนพยายามหาข้อมูล และ กระแสความสนใจว่าเยาวชนไทยจริงจังกับกีฬากอล์ฟแค่ไหน ซึ่งเช็คดูแล้วมีนักเรียนจำนวนมากที่พยายามจะไปเรียนที่สหรัฐอเมริกาด้วยทุนนักกีฬากอล์ฟ

สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือผู้ปกครองหลายคนให้ความเห็นว่าการส่งลูกหลานตัวเองไปเรียนที่อเมริกาเพราะคิดว่ามีข้อดีหลายอย่าง หากไม่สามารถต่อยอดเป็นโปรก็ยังได้การเรียน,ภาษาและประสบการณ์ที่ดีกลับมาไทย 

เขียนไปเขียนมาแล้วรู้สึกสนุก เพราะข้อมูลมันยังเดินต่อไปเรื่อยๆจนทราบว่ามี"ทุนจากต่างประเทศ"ที่ส่งมาให้กับนักกอล์ฟเยาวชนไทยเลือกสมัครหลายแบบ หรือแม้กระทั่งส่งโค้ชมาคัดเลือกถึงประเทศไทยเลยทีเดียว ถ้าข้อมูลที่เห็นตอนนี้ใกล้ตัวคนไทยมากที่สุดคือ "US COLLEGE SPORTS CAMP" ที่จะมีผู้ฝึกสอนจากอมเริกามาเฟ้นหานักเรียนไทยช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว

ไม่น่าเชื่อว่าจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ "จอร์จ" ทำขึ้นในวัย 15 กับแชมป์โลกที่สหรัฐอเมริกาจะสะกิดให้ผู้เขียนต้องหาข้อมูลเพื่อให้รู้ว่าเส้นทางการเป็นนักกีฬากอล์ฟยุคใหม่มีแนวอย่างไร ซึ่งการซ้อม+การเรียนควบคู่กันไปได้อย่างเหมาะสม และ ส่วนของ "จอร์จ" ก็น่าจะเป็นตัวอย่างให้เพื่อนเยาวชนไทยได้รู้ถึงด้านบวกที่สำเร็จ ในระยะแรก เพราะเท่าที่ทราบข้อมูลมานั้นมีมหาวิทยาลัยมากกว่า 5 แห่งเสนอทุนให้กับเขาเลือกที่จะไปเรียนต่อ

ถ้าทุกอย่างเดินต่อเนื่องแบบนี้ไปเรื่อยๆ สิ่งที่เป็นคำถามในหัวผู้เขียนว่าจะมีนักกอล์ฟชายไทยก้าวขึ้นไปเล่นในระดับโลกต่อจากรุ่นพี่ที่เคยทำไว้ได้อีกทีตอนไหน ณ เวลานี้ "จอร์จ" น่าจะเป็นดาวรุ่งคนหนึ่งในนักกีฬากอล์ฟดาวรุ่งของไทยที่ทำให้เราเห็นว่าในอนาคตชื่อของ"โปรไทยจะก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับโลกได้แน่นอน"

บทความอื่นๆ ของ เอก ประวิตร
เอก ประวิตร
Volley Talk : เป็นไปได้ไหมที่โค้ชอ๊อตจะกลับมา ?
เอก ประวิตร
อมรเทพ คนหาญ : ประตูทีมชาติที่เปิดรออยู่
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น