ถ้ายังตัดไม่ได้ เรื่องแชมป์คงไกลเกินเอื้อม

ผมเชื่อว่าในฐานะแฟนบอล ลิเวอร์พูล ทุกท่านคงยังจำความรู้สึกใจมันหวิวๆได้ดี เมื่อโดน วัตฟอร์ด ตามตีเสมอ 3-3 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 90+3

ต่อให้รู้สึกคุ้นเคย และ ชินตา แค่ไหนกับภาพที่ผ่านมาๆ มันก็ยังเป็นเรื่องทำใจลำบากอยู่ดี 

เกมเปิดหัวฤดูกาล 2017-18 ของ "หงส์แดง" เริ่มต้นด้วยความห่อเหี่ยวให้กับแฟนบอล เมื่อพวกเขายังแก้ปัญหานี้ไม่ตก "เสียเตะมุม เหมือนเสียจุดโทษ" ไม่ว่าจะปรับปรุง แก้ไขกันหนักขนาดไหน คำตอบที่ได้คือยังไม่ดีพอ 

ลิเวอร์พูล ต้องเสียประตูจากคอร์เนอร์ ตั้งแต่ 8 นาทีแรก และแทบไม่มีโอกาสง้างเท้ายิงด้วยซ้ำ ในช่วงๆ 20 นาทีแรก ยังดีที่ใช้การต่อบอลยิงตีเสมอมาได้ 1-1 จาก ซาดิโอ มาเน่ "แต่กลิ่นตดยังไม่ทันหายเหม็น" ลิเวอร์พูล มาเสียประตูจากโชคที่ไม่ค่อยเข้าข้างเท่าไหร่ สกัดไปโดนกันเอง บอลมาเข้าทางผู้เล่น วัตฟอร์ด ยืนยิงจ่อๆขึ้นนำอีก 2-1

มาเน่ ทำวัน-ทู อย่างกะวินนิ่งเข้าไปยิงประตูสุดสวยให้ ลิเวอร์พุล ตีตื้น...แต่มันไม่พอ

บอกตรงๆนะครับ ดูจบครึ่งแรก ผมไม่เห็นแววของชัยชนะ .. ด้วยฟอร์มการเล่นในครึ่งแรก และใจมันก็นึกไปถึงบรรยากาศในห้องแต่งตัว หลัง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ประกาศยื่นเรื่องขอย้ายทีม

การไม่มี "คูตี้" บัญชาเกมตรงกลางสนาม มิติเกมรุกขาดหายไปเยอะ อันนี้ต้องยอมรับกันตามตรง !

แต่ครึ่งหลังหนังคนละม้วน ลิเวอร์พูล กลับมาเล่นได้ดี การจ่ายบอลแม่นยำผิดหูผิดตา ก่อนสุดท้ายจะกลับมาตีเสมอ 2-2 จากลูกจุดโทษของ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ ลูกชาร์ตจ่อๆ ของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ซึ่งล้วนแล้วมาจากการต่อบอล วางบอล ทั้งนั้น

 

ฟีร์มิโน่ กลายคนสังหารจุดโทษเบอร์ 1 ของทีมในฤดูกาลนี้ไปแล้ว

แถมยังมีโอกาสปิดเกมนำ 4-2 อีกหลายหน แต่ไม่เฉียบคมกันเอง .. ทันใดนั้นภาพความทรงจำเก่าๆของผมย้อนกลับมา พร้อมคิดในใจว่า "ฝังคู่แข่งไม่ได้แบบนี้ ทดเจ็บเหนื่อยอีกแล้วกรู" และสิ่งที่ผมสันนิษฐานเอาไว้ ดันเกิดขึ้นจริงครับ

"หงส์แดง" เสียประตูจากลูกเตะมุมอีกครั้งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แม้ว่าช็อตนั้นจะล้ำหน้าแบบเต็มๆ แต่ในเมื่อผู้ตัดสินไม่เป่า ไลน์แมนไม่ยกธง มันก็ทำอะไรไม่ได้

ประตูที่ไม่ควรเสียในช่วงท้ายเกม แต่ก็โดนจนได้

ภาพเดิมย้อนกลับมา กับการทิ้ง 3 แต้ม ไปดื้อๆ อีกนัด และพลางคิดไปด้วยว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะอะไร ?

1. การรับมือลูกเตะมุม

ลิเวอร์พูล เป็นทีมอันดับต้นๆของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เสียประตูจากลูกเตะมุมมากที่สุดเมื่อช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา และคู่แข่งใช้วิธีนี้เล่นงานทัพ "เร้ด แมชชีน" มานักต่อนัก ทั้งตามตีเสมอ และ พลิกกลับมาเก็บชัยชนะ เชื่อว่า คล็อปป์ ต้องเน้นปรับปรุงตรงจุดนี้โดยเฉพาะ แต่เพียงแค่เกมแรกก็โดนเล่นงานจาก คอร์เนอร์ ไปแล้วถึง 2 ลูก อีก 37 นัด จะขนาดไหน ? แล้วถ้าถึงเวลากดดันแข้ง "หงส์แดง" จะป้องกันได้หรือเปล่า ?

2. ฆ่าไม่ตาย

ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่มีโอกาสยิงในแต่ละเกมค่อนข้างเยอะมากๆ แทบจะเกิน 10 ครั้งต่อเกมด้วยซ้ำ โอเคเกมรุกของ "เร้ด แมชชีน" พร้อมทำถึง 3-4 ประตู แต่คำถามคือพวกเขาใช้โอกาสทั้งหมดกี่ครั้ง ซึ่งเชื่อว่าค่าเฉลี่ยไม่ดีเอาแน่ๆ อย่างในเกมเจอกับ วัตฟอร์ด พวกเขาซัดไป 3 ประตู แต่โอกาสมีมากถึง 14 ครั้ง พวกเขามีโอกาสปิดเกมเอาชนะ 4-2 ทั้งลูกโขกที่ไปชนคาน (อันนี้ดวงไม่ดี) แต่ ซาลาห์ เขามีช็อตพลาดจังหวะสำคัญ เช่นเดียวกับ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ที่ไม่ได้เน้นอะไรเลย จากการถวายพานของ มาเน่

3. โดนซัดท้ายเกม

ผมไม่แน่ใจเหมือนกัน ลิเวอร์พูล แย่ในสถิตินี้มากเพียงใด แต่เท่าที่ผมดูทีมนี้มาในช่วงหลังๆ ยามใดที่ "หงส์แดง" ฆ่าคู่แข่งไม่ตาย โดนโถมเกมรุกเข้าใส่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายบ้าง 5 นาทีสุดท้ายบ้าง หรือช่วงทดเวลาบาดเจ็บบ้าง ลิเวอร์พูล มีอันจะต้องเสียประตูอยู่ตลอด หรือถ้าไม่ ก็ต้องลุ้นกันแบบ "ปัสสาวะ" เหนียวไปข้าง 

4. ลืม คูตินโญ่ โดยเร็ว

อันนี้สำหรับผมโดยเฉพาะ เราต้องตัดคนที่ไม่มีใจ้ทิ้งไปซะ .. ต่อให้คนนั้นจะเก่งขนาดนั้น สำคัญกับทีมขนาดไหน แต่ในเมื่อเขาเลือกที่จะไม่เต็มที่กับเราแล้ว ก็คงไม่มีความหมายอีกต่อไป ฝืนก็มีแต่จะฉุดให้เราแย่ลงไปกว่าเดิมด้วยซ้ำ "ไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าสโมสร" เก่าไป ใหม่ก็ต้องมา ถ้าหากเราเลือกขายไปแล้ว ก็อาจเสียดาย แต่คงไม่ต้องมานั่งนึกถึงกันอีก

5. ดิว็อค โอริกี้

ใช่ เขายังอายุไม่เยอะ และยังสามารถพัฒนากันได้ แต่สำหรับเกมกับ วัตฟอร์ด เขาดูไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากฤดูกาลก่อน เขาทุ่มเทเต็มที่เหมือนเคย แต่ตอนนี้สำหรับผม เขาควรเป็นตัวเลือกรองจาก โดมินิค โซลันกี้ (วัดจากผลงานปรีซีซั่น) ! เก็บบอลไม่ได้ ขู่คู่แข่งไม่ได้ ลูกกลางอากาศดวลแล้วแทบไม่เคยชนะกองหลัง ดังนั้นยังไม่เหมาะกับเกมที่ต้องคอยเก็บบอลถ่วงเวลา

ฟุตบอล มีแพ้ มีชนะ แต่หากข้อเหล่านี้มันถูกลบเลือนออกไปบ้าง เชื่อว่า ลิเวอร์พูล จะได้ลุ้นยาวๆ และยังพอ "ฝัน" ถึงแชมป์ได้ แม้หวังแค่ติดท็อปโฟร์

หากมองในแง่ดี แย่วันนี้ เพื่อวันที่ดีวันหน้า และ คล็อปป์ ก็คงได้เห็นจุดบอดตรงนั้นแล้ว

ฮาย ฮาวดี้

บทความอื่นๆ ของ Wiriyanuntakul
ซอคเกอร์ลิซึ่ม
ถ้ากลัว ฮอฟเฟ่นไฮม์ ก็จงตกรอบไปซะเถิด
ซอคเกอร์ลิซึ่ม
ใครดีตัวแทน เนย์มาร์
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น