เมื่อ 4 แข้งหลัก...คืนทัพช้างศึก

เมื่อ 4 แข้งหลัก...คืนทัพช้างศึก
เมื่อ 4 แข้งหลัก...คืนทัพช้างศึก

ขุนพลทีมชาติไทยเพิ่งจะสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคนไทยทั้งประเทศ หลังคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ สมัยที่ 15 มาครองได้สำเร็จ ภายใต้การคุมทัพของโค้ชคนใหม่อย่าง มิโลวาน ราเยวัช ที่นำเกมรับอันเหนียวแน่นมาติดตั้งให้กับทีมช้างศึก ทั้งๆ ที่ทีมชุดนี้ยังถือว่าไม่ฟูลทีมเพราะยังขาดแข้งตัวหลักไปหลายคน หากทีมชาติไทยได้นักเตะที่ดีที่สุดมาครบแบบฟูลออฟชั่น มันจะน่ากลัวขนาดไหน

ตั้งแต่ที่ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย เข้ามาคุมบังเหียนทีมชาติไทย ถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบๆ จะสามเดือนแล้ว โดยคุมทีมไปทั้งหมด 4 นัด ตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องกับอุซเบฯ ต่อด้วยรับมือยูเออี ในคัดเลือกบอลโลก และก็มาในคิงส์คัพ 2017 สองแมตช์ด้วยกัน ผลงาน ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 1 ก็ถือว่าไม่เลว โดยเฉพาะเกมอย่างเป็นทางการที่พบกับยูเออี ก็ได้รับเสียงชื่นชมพอสมควร กับการติดตั้งระบบการเล่นใหม่ให้ทีมช้างศึก และการเปิดโอกาสให้นักเตะหน้าใหม่ได้เข้ามาสู่ทีม

แฟนบอลชาวไทยได้เห็นฟอร์มของทีมช้างศึกแบบเต็มๆ ในฟุตบอลคิงส์คัพ ที่ผ่านมา และได้เห็นแนวทางการทำทีมที่ชัดเจนขึ้นของกุนซือคนใหม่นี้ ว่าเน้นเกมรับเหนียวแน่น โดยไทยนั้นไม่เสียประตูเลยในคิงส์ คัพ ซึ่งโค้ชก็ปลาบปลื้มเป็นพิเศษ แต่โอเครหลายคนบอกว่าทีมชาติไทยของเรามีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเกมรับ ผมไม่เถียง แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่าเกมรุกของเรายังขาดความหลากหลายความตื่นตาตื่นใจและประสิทธิภาพอยู่เหมือนกัน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในช่วงตลอดสี่เกมที่ ราเยวัช คุมทัพ เขาก็ยังไม่ได้ใช้งานนักเตะทีมชาติไทย ชุดใหญ่ที่ดีที่สุดจริงๆ เลย เพราะยังมีนักเตะหลายคนที่บาดเจ็บไป และติดภารกิจกับต้นสังกัด ทำให้ยังไม่ได้ร่วมงานกับกุนซือคนใหม่ ซึ่งน่าสนใจว่าหากนักเตะเหล่านี้กลับมาและฟิตสมบูรณ์ ทีมชาติไทยกลับมาแบบฟูลออฟชั่นทุกตำแหน่ง โค้ชจะมีตัวเลือกที่เพิ่มขึ้น และทีมชาติไทยก็จะน่ากลัวกว่าตอนนี้มากเช่นกัน

โดย 4 นักเตะที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ คือนักเตะที่ถ้าฟิตสมบูรณ์และได้กลับมาติดทีมชาติไทยพวกเขาคือตัวหลัก แต่คราวนี้ก็ต้องมาดูว่าเมื่อแต่ละคนกลับมาจะมีโอกาสยึดตำแหน่งตัวจริงกลับคืนมาได้หรือไม่ และมาแล้วจะทำให้ทีมชาติไทยน่ากลัวขึ้นอย่างไร

เริ่มที่คนแรก ทริสตอง โด

แบ็กขวาลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส จากสโมสรเอสซีจี เมืองทองฯ โชคร้ายที่มาได้รับบาดเจ็บในช่วงเก็บตัวทีมชาติถึงสองครั้งสองคราทำให้โดน อดิศร พรหมรักษ์ เพื่อนร่วมทีมกิเลนผยองยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมชาติไป และกลับเล่นได้ดีมากๆ ด้วย ทำให้เหมือนจะเป็นแบ็กขวาตัวจริงในยุคของ ราเยวัช ไปแล้ว โดย อดิศร นั้นเด่นทั้งเกมรับและรุก แถมยังชัวร์อีกด้วย ช่วยงานเซ็นเตอร์ฮาร์ฟไปได้เยอะ ซึ่งถ้าหาก ทริสตอง โด กลับมา ผมว่ายังไงเขาก็ยังมีชื่อติดทีมชาติถ้าฟิตสมบูรณ์ ไม่เจ็บไม่ป่วย แต่การจะกลับมาเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็กขวาก็อาจจะลำบาก

เพราะ ทริสตอง โด เป็นแบ็กที่เด่นในเรื่องของเกมรุก ซึ่ง ราเยวัช นั้นเน้นเกมรับมากกว่า ก็น่าสนใจเหมือนกันว่าถ้า โด กลับมาจริงๆ ตำแหน่งนี้จะเป็นอย่างไร เพราะถ้าถามถึงในทีมเอสซีจี เมืองทองฯ อย่างไรแล้ว โด ก็ยังคงเป็นตัวจริงแน่นอน แต่ถ้าผมเป็น ราเยวัช ชั่วโมงนี้ก็คงต้องเลือก อดิศร ไว้ก่อนเพราะเล่นได้ดีจริงๆ ส่วน ทริสตอง โด ถ้ากลับมาก็คงจะเป็นแค่ตัวสำรองในทีมชาติ

สารัช อยู่เย็น

ถ้าย้อนกลับไปสองถึงสามปีก่อน สารัช อยู่เย็น ถือเป็นกองกลางคนสำคัญของทีมช้างศึก ถือเป็นหัวใจของทีมก็ว่าได้ เป็นนักเตะที่คุมจังหวะการเล่นของทีม ซึ่งก่อนที่บอลจะขึ้นหน้าหรือกลับหลังก็ต้องมาพักบอลที่ สารัช ก่อนเสมอ เป็นนักเตะที่เชื่อมเกมได้ดี วางบอลแม่น และยิงไกลได้ดีด้วย แต่หลังจากที่เจ้าตัวเจ็บและปิดเทอมยาวไป  ก็มีคนใหม่เข้ามาแทน ทำให้แฟนๆ แทบจะลืม สารัช ไปแล้วกับทีมชาติ

ชั่วโมงนี้ตำแหน่งของ สารัช ถูกยึดไปโดย ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จากเชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่งถือเป็นนักเตะที่เล่นได้ดีที่สุดของทีมชาติไทยในสี่เกมที่ ราเยวัช คุมทัพ เป็นมิดฟิลด์ไดนาโม ทั้งบู๊และบุ๊น เป็นนักเตะที่เล่นคนละสไตล์กับ สารัช โดยสิ้นเชิง และก็ต้องยอมรับว่าชั่วโมงนี้ "เจ้านิว" คือตัวหลักของทีมชาติ ก็ถือเป็นสิ่งที่น่าหนักใจสำหรับ สารัช อยู่เย็น ถ้ากลับมาแล้วจะทวงตำแหน่งตรงนี้คืนได้หรือไม่ เพราะกองกลางอีกคนอย่าง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ก็คงจะจองอยู่แล้ว เพราะเกมรับดีที่สุดในแผงกองกลาง 

แต่ถ้าสมมติว่า สารัช กลับมาฟิตสมบูรณ์และเรียกฟอร์มเก่าของตัวเองกลับมาได้ ส่วนตัวผมก็คิดว่า สารัช นั้นดีกว่า ฐิติพันธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมชาติไทยไม่มีตอนนี้ นั้นคือตัวห้องเครื่องของทีม คอยพักบอล วางบอลยาว ทำให้ต้องใช้ สรรวัชญ์ มาช่วยตรงจุดนี้ และล่าสุดก็มี ธีราทร มาเป็นตัวขับเคลื่อนเกมในแดนกลางทำให้ทั้ง แคมป์ และ อุ้ม มีงานที่หนักขึ้น แต่หากมี สารัช มางานแดนกลางตรงนี้ก็จะเบาลง แต่อย่างไรก็ดี ฐิติพันธ์ น่าจะยังยึดตำแหน่งตรงนี้ไว้ได้อีกนาน เพราะกว่า สารัช จะกลับมาฟิตสมบูรณ์และกลับมาติดทีมชาติอีกครั้งคงต้องรอถึงซูซูกิ คัพ ปลายปีหน้านู่นเลยยย

ชนาธิป สรงกระสินธ์

ในรายของ "เมสซี่เจ" คงไม่ต้องถามว่าถ้ากลับมาแล้วจะเป็นตัวจริงหรือไม่ เพราะถือเป็นนักเตะคนสำคัญในเกมรุก และเป็นตัวความหวังของทีมช้างศึกยุคนี้ก็ว่าได้ โดยในช่วงที่ทีมชาติจะลงเตะกับยูเออี เมสซี่เจ ก็มีปัญหาบาดเจ็บรบกวน พอมาในคิงส์คัพ ครั้งนี้ เจ้าตัวก็กำลังอยู่ในช่วงการปรับตัวกับทีมใหม่ในเจลีก ทำให้ยังไม่มีโอกาสได้กลับมารับใช้ทีมชาติในยุคของ ราเยวัช

แต่ในเกมถัดไปที่ไทยจะต้องพบกับ อิรัก ในบอลโลกรอบคัดเลือกสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ถ้าไม่เจ็บไม่ป่วย ผมว่า เมสซี่เจ จะกลับมาติดทีมชาติอีกครั้งอย่างแน่นอน และอย่างไรก็ตามถ้ามาแล้วก็เป็นตัวจริงแน่นอนเช่นกัน โดยตำแหน่งของ ชนาธิป ในทีมชาติตอนนี้คือ สรรวัชญ์ เดชมิตร

ถ้าถามว่าที่ผ่านมากองกลางจากแข้งเทพเล่นดีไหม ผมก็ถือว่าดีในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ดีที่สุด ถ้าตำแหน่งตรงนั้นเป็น เมสซี่เจ ผมว่าทีมชาติไทยจะมีเกมรุกที่หลากหลายขึ้น มีตัวพักบอล เลี้ยงบอลลากตะลุยได้ดีกว่าเดิม โดยเฉพาะการเล่นแบบรับแล้วโต้ ชนาธิป จะมีประโยชน์มากกับการโต้กลับเร็ว หรือบางทีการจ่ายบอลทะลุช่อง และการยิงไกลที่เฉียบคม ผมว่าได้ เมสซี่เจ มาทีมชาติไทยยุคราเยวัช จะน่ากลัวขึ้นมากเลยทีเดียว

ธีรศิลป์ แดงดา

ต่อเนื่องมาจาก ชนาธิป สำหรับ ธีรศิลป์ แดงดา แล้วก็เป็นอีกคนที่ยังไม่ได้ร่วมงานกับ ราเยวัช แบบเป็นชิ้นเป็นอันนัก เพราะสภาพร่างกายยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ตอนที่เตะกับยูเออี และในคิงส์คัพ ก็มีภารกิจกับครอบครัวด้วย แต่ในเกมที่จะพบกับอิรัก ผมคิดว่า มุ้ย จะกลับมาติดทีมชาติแน่นอน และจะมาเป็นตัวหลักในแดนหน้าด้วย

ที่ผ่านมาตอนที่ทีมชาติไทยไม่มี ธีรศิลป์ ราเยวัช ก็ใช้บริการ อดิศักดิ์ ไกรษร เป็นหน้าเป้ามาตลอด แต่ก็ยังทำผลงานได้ไม่ดี เพราะจริงๆ แล้วผมคิดว่า "เจ้ากอล์ฟ" เหมาะจะเป็นตัวซูเปอร์ซับมากกว่า

ที่ผ่านมาเราขาดกองหน้าที่ไว้ใจได้ กองหน้าตัวเก็บบอล ไปกับบอลได้ดี และมีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมทีม ยิงประตูได้ดี ซึ่งทั้งหมดนั้นอยู่ในตัวของ ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าเบอร์หนึ่งของไทย และหากเจ้าตัวกลับมาฟิตสมบูรณ์ และได้ลงเล่นกับทีมชาติไทยชุดนี้ ก็จะทำให้แดนหน้าของเรามีประสิทธิภาพขึ้นเยอะเลยทีเดียว ผมคิดว่าอย่างนั้น

4 เกมที่ผ่านมาเรายังไม่ได้เห็นทีมชาติไทยชุดที่ดีที่สุดลงสนาม แต่หากได้นักเตะเหล่านี้กลับมา ขอแค่สองคนหลัง ผมคิดว่าทีมชาติไทยของเราจะน่ากลัวและอันตรายขึ้นเยอะเลยทีเดียว และก็สามารถต่อกรกับทีมใหญ่ๆ ได้สบายๆ อาจจะไม่ถึงขั้นเอาชนะทีมใหญ่ แต่ก็คงไม่แพ้เยอะเหมือนแต่ก่อน และน่าจะเห็นอะไรที่แปลกใหม่กับทีมชาติไทยมากกว่าตอนนี้ด้วย

วันที่ 31 ส.ค.นี้ ที่ไทยจะเปิดบ้านรับมือทีมชาติอิรัก ผมหวังเหลือเกินว่านักเตะที่อยู่ในข่ายติดทีมชาติไทย จะฟิตสมบูรณ์และพร้อมรับใช้ทีมชาติทุกคน ซึ่งถ้าเราได้ทีมที่ดีที่สุดมาอย่างที่ว่า ผมมั่นใจเกมเจออิรักเราจะได้สามแต้มแรกในบอลโลกรอบคัดเลือกนี้แน่นอน มีใครคิดเหมือนผมไหม???

มูซาชิ

บทความอื่นๆ ของ chicharitao
รอบรั้วบอลไทย
บทสรุป 10 ข้อหลังทีมชาติไทยเถลิงแชมป์คิงส์คัพสมัยท...
รอบรั้วบอลไทย
กระต่ายแก้ว ทีมที่ไม่เคยใช้โค้ชจบฤดูกาล
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น