ตัดเกรด 14 แข้งไทยใจหิน ดวลเป้าป้องกันแชมป์คิงส์คัพ

ประกาศผลสอบ 14 นักเตะ ทีมชาติไทย ชุดเถลิงแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 45 โชว์ฟอร์มเด่นทั้งรุก-รับ ก่อนพิชิตจุดโทษเบลารุส เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ลองมาดูบทวิเคราะห์ฟอร์มนักเตะตัวจริง 11 คน และสำรองอีก 3 คน กันหน่อยว่าตลอด 90 นาที และดวลจุดโทษ ภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน มีใครทำผลงานได้ดี ได้เด่น หรือเป็นอย่างไรกันบ้าง??

 

ผู้รักษาประตู

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (8 คะแนน)

ตลอดทั้งเกมแทบไม่เจองานหนักอะไรเลย ยกเว้นการป้องลูกยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ โดยรวมทำได้ตามมาตรฐาน ส่วนผลงานชิ้นโบว์แดงคือการเซฟ 2 จุดโทษพาทีมคว้าแชมป์สมัยที่ 15

 

กองหลัง

อดิศร พรหมรักษ์ (7 คะแนน)

ช่วยเติมเต็มแนวรับฝั่งขวาให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น เล่นตามเกมเน้นระเบียบวินัย มีจังหวะเติมเกมบุกโชว์ประสานงานกับเพื่อนอยู่หลายครั้งเหมือนกัน

พรรษา เหมวิบูลย์ (7.5 คะแนน)

ลูกป้องกันกลางอากาศทำได้ยอดเยี่ยม เหลี่ยมบอลดี มีจังหวะบังบอลเรียกฟาล์วกองหน้าคู่แข่ง กล้าได้กล้าเสียเวลาเข้าปะทะ เสียบสกัดแม่นยำ

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (7.5 คะแนน)

อ่านเกมขาดได้หลายครั้ง ชิงจังหวะเล่นบอลก่อนคู่แข่งเสมอ ตัดบอลเยี่ยม เวลาเข้าปะทะก็เด็ดขาด และมีจังหวะยืนบล็อกลูกยิงสำคัญอีกด้วย

พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา (7 คะแนน)

เติมเกมขึ้นสูงฝั่งซ้ายตลอด แต่เวลาต้องเล่นเกมรับก็ไม่มีหลุดตำแหน่ง สอดประสานเกมริมเส้นได้ดี มีจังหวะทำชิ่งหนึ่ง-สอง น่าเสียดายอย่างเดียวคือ ยิงจุดโทษข้ามคานไปไกล

 

 

กองกลาง

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (7.5 คะแนน)

อาศัยจังหวะเลือกเร่งหรือผ่อนเกมตามสถานการณ์ เป็นตัวช่วยสกีนบอลแบ่งเบาภาระกองหลัง ทำให้เกมดูโดยรวมไหลลื่นและต่อเนื่อง

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ (7.5 คะแนน)

สร้างความสมดุลให้เกมตรงกลาง เชื่อมเกมจากหลังไปหน้าได้ดี มีส่วนร่วมกับเกมบุกหลายจังหวะ แอบลุ้นส่องไกลจากแถวสอง เด่นทั้งเกมรุก-รับ ที่สำคัญยิงจุดโทษเข้า

สรรวัชญ์ เดชมิตร (7 คะแนน)

ดูทำเกมรุกได้อย่างอิสระ วิ่งพล่านไปทั่วสนาม คอยรับบอลเป็นตัวทำชิ่งกับเพื่อนร่วมทีม สร้างสรรค์เกมด้วยการหาจังหวะจ่ายบอลตามช่องได้สวยๆ

มงคล ทศไกร (7 คะแนน)

เล่นง่ายไม่ฝืนครองบอลนานเกินไป มีความขยันทุ่มเท ช่วยวิ่งไล่ทั้งเกมรับและเติมเกมรุก แต่ดูเหมือนแมตซ์นี้บทบาทจะน้อยไปหน่อยจนบางครั้งก็หายไปจากเกมดื้อๆ

ธีราทร บุญมาทัน (8 คะแนน)

เพิ่มความหลากหลายให้กับแนวรุกแบบชัดเจน ผสมผสานทั้งบอลยาว-สั้นได้อย่างลงตัว โชว์สกิลเรียกเสียงฮือฮาทั่วสนาม มีความนิ่งตอนยิงจุดโทษชี้ขาดเป็นคนที่ 5

 

กองหน้า

อดิศักดิ์ ไกรษร (7 คะแนน)

ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับเกมเท่าไหร่ หลายครั้งโดนประกบติดจนมีพื้นที่เล่นน้อย น่าเสียดายมีโอกาสได้โหม่งเน้นๆช่วง 15 นาทีแรก แต่ดันเปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้

 

ตัวสำรอง

สิโรจน์ ฉัตรทอง (6.5 คะแนน)

โควตาเปลี่ยนแทน อดิศักดิ์ ไกรษร นาที 58 โดดเด่นเรื่องแรงปะทะ พละกำลังล้นหลาม เลี้ยงบอลเรียกฟาล์วได้บ่อย สวมบทฮีโร่ยิงจุดโทษคนที่ 6 ส่งทีมเป็นแชมป์

ธีรเทพ วิโนทัย (7 คะแนน)

โควตาเปลี่ยนแทน สรรวัชญ์ เดชมิตร นาที 68 วูบวาบในช่วงแรกที่ลงมา ทักษะดีมีความขยันพยายามลงมาช่วยล้วงบอลปั้นต่ำ อาสายิงจุดโทษเบิกร่องเข้าไปแบบเด็ดขาด

ฟิลิป โรลเลอร์ (6.5 คะแนน)

โควตาเปลี่ยนแทน มงคล ทศไกร นาที 83 พอมีเวลาให้ปล่อยของออกมาบ้าง เด่นเรื่องความเร็วพากระชากสุดเส้น ลงมาใช้ความสดเป็นประโยชน์ แถมมีวิญญาณเพชฌฆาตยิงจุดโทษไม่พลาด

บทความอื่นๆ ของ Blue Tomorrow
รอบรั้วบอลไทย
4 ปรากฏการณ์จาก ‘เจ’ ที่จะเกิดขึ้นเมื่...
รอบรั้วบอลไทย
เด่นยกทีม! ผ่าฟอร์ม 14 ช้างศึกถล่มโสมแดง ลิ่วชิงคิ...
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น