บทสรุป 10 ข้อหลังทีมชาติไทยเถลิงแชมป์คิงส์คัพสมัยที่ 15

บทสรุป 10 ข้อหลังทีมชาติไทยเถลิงแชมป์คิงส์คัพสมัยที่ 15
บทสรุป 10 ข้อหลังทีมชาติไทยเถลิงแชมป์คิงส์คัพสมัยที่ 15

ถือเป็นการป้องกันแชมป์ฟุตบอลคิงส์ คัพ ไว้ได้สองสมัยติดต่อกัน และเป็นแชมป์สมัยที่ 15 หลังสามารถดวลชนะจุดโทษเบลารุส ไปแบบบีบหัวใจ 5-4 นี่ถือเป็นการคว้าแชมป์แรกของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทยคนใหม่ด้วย และทั้งหมดนี้คือบทสรุปสำหรับศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ ครั้งที่ 45

1.ราเยวัช จัดตัวจริงเหมือนกันทั้ง 2 แมตช์

ในฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งนี้ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย จัดผู้เล่น 11 คนแรก เหมือนกันทั้งสองนัด ทั้งในเกมเอาชนะเกาหลีเหลือ 3-0 และนัดชิงกับเบลารุส โดยมี กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เป็นผู้รักษาประตู แบ็กขวา อดิศร พรหมรักษ์ แบ็กซ้าย พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา คู่เซ็นเตอร์ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กับ พรรษา เหมวิบูลย์ กองกลางมี ธนบูรณ์ เกษารัตน์,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ สรรวัชญ์ เดชมิตร แนวกรุก 3 คน มงคล ทศไกร,ธีราทร บุญมาทัน และ อดิศักดิ์ ไกรษร

ขณะที่ตัวสำรองก็ใช้ 3 คนเหมือนเดิม คือ สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่ลงมาแทน อดิศักดิ์ ไกรษร, ธีรเทพ วิโนทัย แทน สรรวัชญ์ เดชมิตร และ ฟิลิป โรลเลอร์ ที่เกมแรกแทน อดิศร พรหมรักษ์ ส่วนนัดชองแทน มงคล ทศไกร ส่วนนักเตะที่เหลือไม่ได้ลงเล่นในฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งนี้ 

2.ไทยเล่นได้ดีกว่าก่อนชนะจุดโทษ

เรื่องรูปเกมการแข่งขันในเกมนี้ทีมชาติไทย แม้จะยังเน้นเกมรับแต่ก็เปิดเกมรุกมากขึ้นกว่านัดก่อนที่เอาชนะเกาหลีเหนือ 3-0 ซึ่งครึ่งแรกมีโอกาสจบสกอร์หลายครั้งแต่ทำไม่ได้ เช่นเดียวกับเบลารุสก็เล่นได้มีโอกาสยิงพอๆ กับทีมชาติไทย โดยครึ่งหลังเน้นเกมรับเหนียวแน่นและอาศัยลูกหนักเล่นงานนักเตะไทย สุดท้ายจบ 0-0 ใน 90 นาที ต้องมาดวลจุดโทษ โดยยิงกันถึง 6 คน นักเตะไทยที่ยิงเข้า 5 คน ได้แก่ ธีรเทพ วิโนทัย,ฟิลิป โรลเลอร์,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์,ธีราทร บุญมาทัน และ สิโรจน์ ฉัตรทอง ส่วนที่ยิงไม่เข้าคือ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ที่ยิงเป็นคนที่สอง

3.เป็นแชมป์สมัยที่ 15 ของไทย

การคว้าแชมป์ฟุตบอลคิงส์ คัพ ครั้งนี้ของทีมชาติไทย เป็นแชมป์สมัยที่ 15 ในประวัติศาสตร์ โดยเป็นการคว้าแชมป์ด้วยการชนะจุดโทษเป้นครั้งที่ 2 โดยก่อนหน้านี้แพ้จุดโทษรอบชิงมา 3 ครั้ง 

4.ฐิติพันธ์ ถือเป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของไทย

ตั้งแต่ มิโลวาน ราเยวัช เข้ามาคุมทีมช้างศึก นักเตะที่เล่นได้โดดเด่นตลอดทั้ง 4 เกม รวมฟุตบอลอุ่นเครื่องกับอุซเบฯ และฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับยูเออี รวมอีกสองแมตชืในฟุตบอลคิงส์ คัพ ครั้งนี้ "เจ้านิว" ฐิติพันธ์ พ่วงจันทรื ถือเป็นนักเตะที่เล่นได้ดีที่สุดทุกนัด ในนัดชิงชนะเลิศนี้ก็เช่นเดียวกัน ถือเป็นหัวใจในแดนกลางที่เล่นได้ดีทั้งรับและรุก แถมยังทำประตูได้ 1 ลูกในเกมพบเกาหลีเหนือ และเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิงจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศให้ทีมชาติไทยคว้าแชมป์ด้วย ส่วนนักเตะคนอื่นๆ ก็ถือว่าทำได้ดีเช่นกัน

5.ราเยวัช คือโค้ชคนที่ 11 ที่พาทีมคว้าแชมป์คิงส์คัพ

มิโลวาน ราเยวัช ถือเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยคนที่ 11 ที่พาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลคิงส์ คัพ เป็นโค้ชต่างชาติคนที่ 6 ต่อจาก คาร์ลอส คาร์วัลโญ่ กุนซือชาวบราซิล,เพเทอร์ ชนิทเกอร์ กุนซือชาวเยอรมัน,บัวฮาร์ด ซีเซอร์ ชาวเยอรมัน,ปีเตอร์ สตัปป์ ชาวเยอรมัน และต่างชาติคนล่าสุดคือ ปีเตอร์ วิธ กุนซือชาวอังกฤษ ส่วนโค้ชไทยที่ผ่านมามี 5 คนที่คว้าแชมป์ คนล่าสุดคือ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่เป็นแชมป์เมื่อปีที่แล้ว 

(หมายเหตุ สถิติการคว้าแชมป์ของโค้ชเป็นการเทียบเคียงปี พ.ศ. ของโค้ชทีมชาติไทย จากวิกิพีเดีย อาจมีข้อมูลคลาดเคลื่อนได้)

6.แชมป์แรกของ ราเยเวัช กับช้างศึก

เป็นความสำเร็จแรกกับทีมชาติไทย ของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย หลังจากเข้ามารับงานกุนซือคนใหม่ในปีนี้ และผลงานการคุมทีมที่ผ่านมา 4 เกม แพ้ไปหนึ่งนัดในเกมอุ่นเครื่องกับอุซเบฯ 2-0 ,ต่อด้วยเสมอกับ ยูเออี ในบอลโลกรอบคัดเลือก 1-1,ฟุตบอลคิงส์ คัพ ครั้งนี้ ชนะเกาหลีเหนือ 3-0 และเสมอเบลารุส ในเวลา 0-0 โดยนัดต่อไปของกุนซือชาวเซิร์บจะนำทีมชาติไทยพบกับอิรัก ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก วันที่ 31 ส.ค.นี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

7.ไทยไม่เสียประตู 

การคว้าแชมป์คิงส์คัพ ครั้งนี้ของทีมชาติไทย แสดงให้เห้นถึงเกมรับที่ยอดเยี่ยมโดยไม่เสียเลยแม้แต่ประตูเดียว เกมแรกชนะเกาหลีเหนือ 3-0 และนัดชิงเสมอเบลารุสในเวลา 0-0

8.เบลารุส ยิงไม่ได้เลย

รองแชมป์อย่างเบลารุส เป็นทีมเดียวที่ยิงคู่แข่งในทัวร์นาเม้นท์นี้ไม่ได้เลย โดยเสมอ 0-0 ทั้งสองแมตช์ ที่พบกับ บูร์กินาฟาโซ และทีมชาติไทย โดยเกมแรกชนะจุดดทษผ่านเข้ามาชิง ก่อนจะมาแพ้ไทยในการดวลจุดโทษนัดชิงชนะเลิศ

9.คิงส์คัพครั้งนี้มีจุโทษ 3 แมตช์

ในฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งนี้ มีเกมการแข่งขันทั้งหมด 4 แมตช์ แบ่งเป็นรอบแรก (รองชนะเลิศ) 2 แมตช์ และรอบชิงอีก 2 แมตช์ ปรากฎว่าต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษถึง 3 แมตช์ด้วยกัน คือ รอบแรก ระหว่าง บูร์กินาฟาโซ กับ เบลารุส และรอบชิงทั้งสองคู่ ชิงที่ 3 เกาหลีเหนือ กับ บูร์กินาฟาโซ และคู่ชิง ไทย กับ เบลารุส ส่วนที่มีผลแพ้ชนะมีแค่แมตช์เดียวคือ ไทย ชนะเกาหลีเหนือ 3-0

 

 

10.สถิติอื่นๆ ที่น่าสนใจในคิงส์ คัพ ครั้งนี้

ในฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 มีประตูเกิดขึ้นทั้งหมด 9 ประตู ได้แก่ เกมที่ไทยชนะเกาหลีเหนือ 3-0 และ นัดชิงที่ 3 เกาหลีเหนือ เสมอ บูร์กินาฟาโซ 3-3 โดยทีมบูร์กินาฯ ต้องดวลจุดโทษทั้งสองแมตช์ เช่นเดียวกับเบลารุสที่ต้องยิงจุดโทษสองแมตช์เช่นกัน นักเตะที่ยิงมากสุดในมัวร์นาเมนท์คือ ลาสซินา ตราโอเร กองหน้าทีมชาติ บูร์กินาฯ ที่ยิงไป 2 ลูกในนัดชิงที่ 3 ส่วนนักเตะที่ยิงประตูได้ในทัวร์นาเม้นท์นี้มี มงคล ทศไกร,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์,ธีรเทพ วิโนทัย ของทีมชาติไทย,ปาร์ค ซอง ซอล,ยอง ซา ฮยอน,ริม กวาง ฮยอก ของเกาหลีเหนือ และ อิสมาแอล ซาเกเร ของบูร์กินาฟาโซ ส่วนนักฟุตบอลยอดเยี่ยมในคิงส์คัพ ครั้งนี้ ได้แก่ ธีราทร บูญมาทัน ของทีมชาติไทย

นี่เป็นสิ่งที่เกิดในฟุตบอลถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ ครั้งที่ 45 ประจำปีพุทธศักราช 2560 ปีหน้าค่อยมาว่ากันใหม่ในครั้งที่ 46 วันนี้ต้องขอแสดงความยินดีกับทีมชาติไทย ที่ทำให้คนไทยมีความสุข สวัสดีครับ

มูซาชิ

บทความอื่นๆ ของ chicharitao
รอบรั้วบอลไทย
ยกที่ 4!! สงครามสุดท้ายของ กว่างโซ้ง กับ กิเลน ใคร...
รอบรั้วบอลไทย
มีอะไรใหม่??? ในศึกไทยลีก 2018
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น