9 นักเตะกลายพันธุ์!! เคยสวมเสื้อบุรีรัมย์ และเมืองทองฯ

9 นักเตะกลายพันธุ์!! เคยสวมเสื้อบุรรัมย์ และเมืองทองฯ
9 นักเตะกลายพันธุ์!! เคยสวมเสื้อบุรรัมย์ และเมืองทองฯ

ฟุตบอลไทยลีก 2017 กลับมาลงฟาดแข้งกันต่อในเลกสอง ซึ่งนอกจากเรื่องของผลการแข่งขันแล้วสิ่งที่น่าสนใจอยู่ในตอนนี้ก็คือเรื่องตลาดซื้อขายนักเตะ หลังล่าสุดที่สโมสรสุพรรณบุรี ออกมายืนยันปล่อยตัว ชาริล ชัปปุยส์ ไปร่วมทัพเมืองทองแล้วนั้น ทำให้เทพบุตรล้านเมียกลายเป็นแข้งรายล่าสุดที่เคยร่วทัพกับสองทีมมหาอำนาจลูกหนังเมืองไทยเวลานี้อย่าง เอสซีจี เมืองทองฯ และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

พูดถึง ชัปปุยส์ เป็นนักเตะที่ถูกจับตามองมากที่สุดในช่วงของตลาดซื้อขายรอบ 2 นี้ ด้วยเจ้าตัวนั้นไม่ยอมต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมช้างศึกยุทธหัตถี ซึ่งสัญญาจะหมดลงหลังจบฤดูกาลนี้ ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะถูกปล่อยตัวในช่วงเลกสอง และมันก็เป็นจริง หลังจากที่ยื้อกันมานาน ก็สรุปว่าสุพรรณบุรี จะปล่อยตัว กองกลางลูกครึ่งสวิสฯ ไปร่วมทัพกิเลนผยอง โดยมี สุพรรณ ทองสงค์ กองหลังกิเลนผยองเป็นหนึ่งในเงื่อนไขการย้ายทีมครั้งนี้ แต่รายละเอียดทั้งหมดจะเป็นไง รอการแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ว่าด้วยเรื่องของ ชัปปุยส์ ที่จะย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่คนล่าสุดในถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยม นั้นก็ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า นี่มันเป็นนักเตะที่เคยเล่นกับทั้งบุรีรัมย์ และเมืองทองฯ อีกคนนึงนี่หว่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ก็มีหลายคนที่เคยอยู่กับสองทีมนี้ มีทั้งที่ย้ายกันโดยตรงเลย หรือบางทีก็ไปอยู่ทีมอื่นก่อนแล้วก็ย้ายมาอยู่กับทีมคู่แข่ง ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วของฟุตบอลอาชีพ ที่สามารถย้ายไปไหนมาไหนก็ได้ แต่การย้ายโดยตรงระหว่างสองทีมนี้ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวใหญ่ และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้น้อยมาก 

ฮือฮาที่สุดก็คงจะเป็นในรายของ ธีราทร บุญมาทัน ที่ย้ายมาด้วยค่าตัวอันสูงลิ่วเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่เราก็รู้กันอยู่ว่ามันไม่ใช่การย้ายทีมธรรมดาๆ มันมีอะไรสักอย่างนึงที่เราเองก็อย่าไปพูดถึงมันเลย เอาเป็นว่าถ้าอยู่ดีๆ เมืองทองฯ จะไปขอซื้อ ธีราทร จากบุรีรัมย์ ในตอนนั้น แน่นอนว่าสายฟ้าก็คงไม่ปล่อย และนักเตะเองก็คงไม่อยากย้าย แต่สุดท้ายก้ย้ายมาแล้ว เรื่องเก่าก็ช่างมัน

วันนี้ก็ไม่มีอะไรพอดีนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ก็เลยอยากจะมาทบทวนให้ทุกท่านได้ย้อนความหลังกันอีกครั้ง ว่ามีนักเตะคนไหนที่เคยอยู่ร่วมทัพกับสองทีมนี้บ้าง ซึ่งทั้งคู่นั้นถือเป็นทีมมหาอำนาจของวงการฟุตบอลไทยในเวลานี้ การจะได้ร่วมทัพทั้งเมืองทอง และบุรีรัมย์ แสดงว่าคุณต้องไม่ธรรมดา

เท่าที่ผมจะนึกออกและลองนับดูตอนนี้ก็มีอยู่ 9 คน ดังนี้ จักรพันธ์ แก้มพรม,ธีราทร บุญมาทัน,อดิศักดิ์ ไกรษร,ชาริล ชัปปุยส์,ประกิต ดีพร้อม,นฤพล อารมณ์สวะ,สุริยา ดอมไธสง,อุกฤษ วงศ์มีมา และ ชิตชนก ไชยแสนสุรินทร เราลองมาว่ากันถึงที่มาที่ไปของแต่ละคนกันว่าอยู่กับทีมไหนตอนไหนและย้ายไปร่วมทีมคู่แข่งได้อย่างไร

เริ่มที่คนแรก จักรพันธ์ แก้มพรม

ดาวเตะวัย 29 ปี ที่ตอนนี้กลายเป็นสัญลักษณ์และนักเตะขวัญใจของแฟนบอลเซราะกราวไปแล้ว เจ้าตัวนั้นย้ายจากบีอีซี เทโรฯ มาอยู่กับเอสซีจี เมืองทองฯ เมื่อฤดูกาล 2010 ซึ่งก็ไปได้ดิบได้ดีในตำแหน่งแบ็กขวา แต่ฤดูกาลถัดมาในช่วงที่บุรีรัมย์กำลังฝักไข่สร้างทีมขึ้นมาใหม่จากการไฟฟ้า ก็ดึง จักรพันธ์ แก้วพรม ไปร่วมทัพอย่างสายฟ้าแลบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน แต่ตอนนั้นบุรีรัมย์ ยังไม่ใช่ทีมลุ้นแชมป์หรือคู่ต่อกรณ์ของเอสซีจี เมืองทองฯ เหมือนทุกวันนี้ มันจึงไม่ใช่การย้ายทีมแบบสลับขั่วที่ฮือฮานัก แต่จะว่าไปตอนนั้นก็ฮือฮาแหละ เพราะ จักรพันธ์ กำลังทำผลงานได้ดีกับเมืองทอง แต่ก็ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมบ้านเกิดจนถึงทุกวันนี้ และก็ทำผลงานได้ดีจนเป็นนักเตะคนสำคัญของเอสซีจี เมืองทองฯ

ธีราทร บุญมาทัน

มาถึงคนที่ย้ายทีมสลับขั่วแบบช็อกแฟนบอลและฮือฮาที่สุดในวงการคงเป็นใครไปไม่ได้ นั่นก็คือ "โก๋อุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน ที่ย้ายจากบุรีรัมย์ เมื่อเลกสองฤดูกาล 2016 มาอยู่กับเอสซีจี เมืองทองฯ ชนิดที่ไม่มีใครอยากจะเชื่อ แต่มันก็เป็นไปแล้ว ซึ่งตอนนี้เราก็แทบจะลืมภาพความเป้นบุรีรัมย์ ในตัวของ ธีราทร ไปแล้ว และตอนนี้ก็ถือว่ากำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดใหม่ด้วย

อดิศักดิ์ ไกรษร

มาที่เจ้ากอล์ฟ กองหน้าทีมชาติไทย ที่เริ่มต้นจากการเป็นนักเตะเยาวชนของเอสซีจี เมืองทองฯ และก็ถูกปล่อยไปหาประสบการณ์กับทีมอย่างภูเก็ต โดยตอนวัยรุ่นสัก 19-20 ที่กำลังขึ้นมา แต่ไม่สามารถขึ้นชุดใหญ่ได้ก็เป็น บุรีรัมย์ ที่ดึงตัวไปร่วมทีมด้วยความที่เป็นกองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรงอีกทั้งยังเป็นคนบุรีรัมย์ ด้วย แต่ตลอดระยะเวลา 3-4 ปีในถิ่นไอ-โมบาย สเตเดี้ยม ส่วนใหญ่ก็จะได้รับบทบาทเป็นตัวสำรองมากกว่า แต่ก็ลงมาทำประตูได้บ่อยครัง จนถูกเรียกตัวติดทีมชาติในยุคซิโก้ แต่ก็ไม่ได้เป็นตัวหลักของบุรีรัมย์ จนถูกปล่อยตัวมาให้เทโรฯ ปี 2015 และสุดท้ายก็เป็นกิเลนผยองต้นสังกัดเก่าที่ไปดึงตัวกลับมาร่วมทัพเมื่อฤดูกาลที่แล้วจนถึงปัจจุบันนี้

ชาริล ชัปปุยส์

คนนี้ยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะเปิดตัวกันเมื่อวันศุกร์ที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ดีทางสุพรรณบุรี ก็ออกมายืนยันแล้วว่า ชัปปุยส์ จะย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของเมืองทองฯ ในเลกที่สอง ซึ่งกองกลางหน้าหล่อวัย 25 ปี ย้ายจากทีมบ้านเกิดมาค้าแข้งในเมืองไทยกับบุรีรัมย์ทีมแรกเมื่อฤดูกาล 2013 ในยุคของ "โค้ชแต๊ก" ผู้ล่วงลับ ซึ่งตอนนั้นฟอร์มดีมากๆ เป็นนักเตะคนสำคัญของบุรีรัมย์ คอยบัญชาเกม ยิงคม จ่ายบอลดี เปิดบอลแม่น เรียกว่าครบเครื่อง จนกระทั่งมามีอาการบาดเจ็บและพักยาวไป ก่อนจะย้ายมาสุพรรณบุรี เมื่อปี 2014 ก็ยังฟอร์มดีและไปสร้างชื่อเป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วไปก็เมื่อพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ ในปีนั้น และก็เจ็บยาวอีกรอบและเพิ่งกลับมาได้เมื่อปีที่แล้ว โดยล่าสุดก็จะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของเอสซีจี เมืองทองฯ
 
ประกิต ดีพร้อม

ถ้าพูดถึง ประกิต ดีพร้อม ย้อนไปเมื่อ 3-5 ปีที่แล้วเขาคือโลโก้ของทีโอที เอสซี ยิงอยู่คนเดียวในทีมฮัลโหล แต่เมื่อทีมยุบไปก็ย้ายไปอยู่กับบุรีรัมย์ เมื่อปี 2015 ซึ่งก็เป็นอีกคนที่สร้างชื่อจากซูซูกิ คัพ 2014 ชุดแชมป์ แต่การค้าแข้งในถิ่นธันเดอร์ คาสเซิ่ล ดูจะไม่สวยเท่าไหร่ เพราะโอกาสลงสนามน้อย แต่ลงมาก็ยิงได้อยู่เรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะยึดตำแหน่งในทีมได้ก็ถูกปล่อยให้ชลบุรีมาใช้งาน จะว่าไปชลบุรี ก็ใช้งานได้ไม่คุ้มเท่าไหร่เพราะไม่ค่อยได้ลงสนามมากนัก ส่วนใหญ่ก็เป็นสำรอง สุดท้ายก็เลือกย้ายทีมมาอยู่กับเพื่อนซี้อย่าง ธีรศิลป์ แดงดา ที่ถิ่นกิเลนผยองในตอนนี้ แต่ก็คงต้องยอมเป็นตัวสำรองไปก่อนตามระเบียบ 

นฤพล อารมณ์สวะ

นี่ก็อีกคนที่ถือว่าเป็นนักเตะจอมพเนจรคนนึงของเมืองไทย อยู่กับทีมใหญ่มาเกือบจะครบหมดแล้วไม่ว่าจะเป็น เมืองทอง,บุรีรัมย์,ชลบุรี,เทโร,ราชบุรี ล่าสุดอยู่กับโคราช ซึ่งเริ่มแรกเดิมทีนั้นโด่งดังมากับทีมกิเลนผยอง สมัยเป้นดาวรุ่งใหม่ๆ หน้าตาหล่อเหลา แฟนๆ ชอบ และก็เล่นได้ดี แต่สุดท้ายก็ขึ้นมาไม่สุดจนต้องย้ายไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับหลายทีมอย่างที่บอก จนวันนึงก็กลายมาเป็นนักเตะของบุรีรัมย์ เมื่อปี 2015 มาพร้อมๆ กับ ประกิต ดีพร้อม และเส้นทางก็คล้ายๆ กัน คือไม่ค่อยได้ลง สุดท้ายก็ไปชลบุรี แบบแพ็คคู่และก็ฉายเดี่ยวไปอยู่สวาทแคทในปีนี้

สุริยา ดอมไธสง

กองหน้ารายนี้แฟนบอลใหม่ๆ อาจจะไม่รู้จักหรือไม่คุ้นชื่อมาก่อน แต่ถ้าเป็นแฟนบอลเมืองทองยุคเริ่มแรก และแฟนบุรีรัมย์ ยุคเริ่มต้นต้องรู้จักแน่นอน จริงๆ สุริยา เป้นนักเตะที่เล่นมากับหลายสโมสร มาอยู่กับเมืองทองฯ เมื่อปี 2009 ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นไทยลีก แต่จากนั้นก็ย้ายไปอยู่กับบุรีรัมย์ เอฟซี ทีมเล็กก่อน ซึ่งเป็นทีมบ้านเกิด ต่อมาก็ถูกดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่อยู่ปีนึงมั้งถ้าจำไม่ผิดและก็ไปแขวนสตั๊ดกับทีมสุรินทร์ ซิตี้ ในเวลาต่อมา

อุกฤษ วงศ์มีมา

มาที่นายทวารจอมหนึบของทีมราชันมังกร ที่อดีตนั้นเป้นนักเตะเยาวชนของทีมเอสซีจี เมืองทองฯ ซึ่งเป็นมือสองของ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์  ในปี 2009 ทั้งในเมืองทองฯ และทีมชาติชุดซีเกมส์ 2009 ที่ลาว ยุคที่ สตีฟ ดาร์บี้ เป็นโค้ช และ ซิโก้ เป็นมือขวา แต่ก็ไม่สามารถเบียดขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้ จนต้องย้ายไปอยุ่กับบุรีรัมย์ เอฟซี แต่ผมไม่แน่ใจว่า อุกฤษ เคยเล่นบุรีรัมย์ พีอีเอ หรือบุรีรัมย์ ทีมใหญ่หรือไม่ จำได้แค่ว่าเล่นอยุ่ดิวิชั่น 1 กับบุรีรัมย์ เอฟซี และก็ย้ายไปราชบุรี

ชิตชนก ไชยแสนสุรินทร

คนสุดท้ายที่นึกออกก็คือจอมพเนจรอีกคน นั่นก็คือ ชิตชนก ไชยแสนสุรินทร นักเตะไทยที่ไปเกิดที่สวิสฯ และก็มีเชื้อชาติลาวด้วย มาเล่นในเมืองไทยครั้งแรกกับบุรีรัมย์ ในปี 2013 ซึ่งถูกจับตามองมากๆ เพราะคิดว่าจะเหมือน ชัปปุยส์ แต่ก็ไม่เหมือนจนถูกปล่อยตัวมาให้เอสซีจี เมืองทองฯ ในฤดูกาลถัดมา และก็ย้ายไปเรื่อยกับบีอีซี เทโรฯ และล่าสุดมาอยู่กับสุพรรณบุรี เอฟซี

 

ผมก็ไม่แน่ใจนะว่ายังมีใครอีกไหม แต่ก็นึกไม่ออกละ เท่าที่นับดู นึกได้ก็มีอยู่ 9 คนนี้ ใครนึกออกว่ามีใครเพิ่มก็ส่งมาบอกกันได้นะครับ ในอนาคตก็คงจะมีคนที่ 10,11,12 ตามมาแน่นอน ก็ต้องรอดูกันต่อไป

ซึ่งแน่นอนว่าในฤดูกาลนี้ถ้าตัดเชียงราย ออกไป สุดท้ายแล้วผมก็เชื่อลึกๆ ว่าทีมลุ้นแชมป์ไทยลีกจะเป็นการขับเคี่ยวกันของสองทีมคู่ปรับอย่าง เอสซีจี เมืองทองฯ และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พอทั้งสองทีมพบกันก็จะมีนักเตะที่ได้เจอทีมเก่าของตัวเอง โดยปัจจุบันเมืองทองฯ ก็จะมีอดีตแข้งบุรีรัมย์เยอะกว่า มันก็ทำให้ความน่าสนใจมีมากขึ้นในการพบกันของทั้งคู่ โดยเฉพาะเลกสองที่จะมาเล่นที่เอสซีจี สเตเดี้ยม รัยรองเดือดแน่นอน 

และไม่แน่อาจจะเป็นเกมที่ตัดสินลุ้นแชมป์ หรือตัดสินอนาคตของทั้งสองทีมในฤดูกาลนี้ ก็เป็นได้ เมื่อถึงวันนั้นผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไรก็มารอดูกัน!!!

มูซาชิ

บทความอื่นๆ ของ chicharitao
รอบรั้วบอลไทย
หมดยุค''ธีรศิลป์''ใครจะเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ทีมชาติไ...
รอบรั้วบอลไทย
วิกฤตบอลไทย...ก่อนไปฤดูกาล 2018
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น