โด้, เมสซี่ เลี่ยงภาษี : กรรมเดียวกัน แต่ต่างวาระกัน

ประเด็นร้อนบนโลกลูกหนังที่ต้องขอลัดคิวเบียดแซงทุกเรื่องมาพูดถึงกันหน้าเว็บ smmsport.com แห่งนี้ หนีไม่พ้นอาจโบกมือลาถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แนวรุกชาวโปรตุเกส ที่อยู่ดีๆก็เลือกที่จะหันหลังให้กับ "อู่ข้าวอู่น้ำ" ของตัวเองอย่าง เรอัล มาดริด ทีมดับเบิ้ลแชมป์ลีกลา ลีกา สเปน เฉยๆ

วันนี้ "อารมณ์ 'คม' คาย" ขอไล่เรียงไทม์ไลน์ของเรื่องที่เกิดขึ้น และแน่นอนนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของสถานการณ์เช่นนี้กับนักเตะระดับนี้ แต่น่าสนใจว่าถ้า "เจ็ทโด้" เลือกอำลาออกจากต้นสังกัดจริงๆ มันจะมีทีมไหนไหมหนอที่สามารถแบกรับความเป็น "ซูเปอร์สตาร์" ของเจ้าตัวได้ อย่าลืมว่าเมื่อปี 2015 จอร์จ เมนเดส เอเย่นต์ส่วนตัวของ โรนัลโด้ เคยบอกว่าถ้านักเตะในการดูแลของเขาจะย้ายก็จะกลายเป็นนักเตะที่ราคาค่าตัวอยู่ที่ 1 พันล้านยูโร (4 หมื่นล้านบาท) ยังไม่รวมค่าเหนื่อย และมูลค่าทางการตลาดอื่นๆอีก ไหนจะผลงานระดับมนุษย์ต่างดาวของเจ้าตัว นั่นจึงทำให้ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นที่ใครต่อใครจับตามองอยู่ในเวลานี้

ก่อนอื่นอันใดผมว่าเราควรย้อนที่มาที่ไปหรือต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้กันก่อนแล้วกันนะครับ ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานอัยการในกรุงมาดริดของสเปนยื่นฟ้อง โรนัลโด้ ข้อหาหลบเลี่ยงภาษี ระหว่างปี 2011-2014 จำนวน 14.7 ล้านยูโร หรือราว 562 ล้านบาท โดยจำแนกเป็นความผิดในแต่ละปีดังนี้ ปี 2011 จำนวน 1.4 ล้านยูโร, ปี 2012 จำนวน 1.7 ล้านยูโร, ปี 2013 จำนวน 3.2 ล้านยูโร, ปี 2014 จำนวน 8.5 ล้านยูโร โดยอัยการแดนกระทิงดุใช้ข้อมูลจากหน่วยงานด้านภาษีของสเปน พร้อมตั้งข้อกล่าวหา "ซีอาร์7" ว่าจริงแล้วรู้เรื่องโครงสร้างของธุรกิจที่ดำเนินการอยู่มาตั้งแต่ปี 2010 แต่เลือกที่จะปกปิดรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ของตัวเอง ทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ด้านภาษีจากซูเปอร์สตาร์รายนี้ นอกจากนั้นอัยการสเปนระบุด้วยว่า โรนัลโด้ ซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องเสียภาษีในสเปนตั้งแต่เดือน ม.ค.2010 และ เดือน พ.ย.2011 ขอยื่นเรื่องเป็นคนต่างชาติที่เข้ามาทำงานในสเปน

ทันทีที่มีข่าวกรณีเลี่ยงภาษีของตัวเองเกิดขึ้น "โด้" มอบหมายให้ "เกสติฟุท" บริษัทของ จอร์จ เมนเดส เอเย่นต์ส่วนตัวของตัวเองออกแถลงการณ์ยืนยันว่าไม่เคยหลบเลี่ยงภาษีเหมือนอย่างที่อัยการสเปนยื่นฟ้อง ขณะเดียวกัน เกสติฟุท ยังยืนยันว่าจะเปิดเผยเอกสารทั้งหมดเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของกัปตันทีมชาติโปรตุเกส พร้อมแสดงให้เห็นว่านักเตะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างธุรกิจ แต่นั่นคือบริษัทของเขาที่ตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2004 แล้ว ทั้งหมดคือเรื่องของกฎหมาย แต่พอจะบอกได้ว่านี่คือ "ต้นเหตุ"

แต่สิ่งที่ทำให้ โรนัลโด้ ตกเป็นข่าวว่าอาจจะเลือกย้ายออกจาก เรอัล มาดริด เกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น เพราะข่าวกรณีเลี่ยงภาษีดังกล่าวนำมาซึ่งการเจรจาระหว่างบอร์ดบริหารของ "ราชันชุดขาว" กับเอเย่นต์และตัวนักเตะเอง แม้การเจรจาผ่านไปและตามมาด้วยการแถลงข่าวของ มาดริด ที่แสดงความมั่นใจว่า สตาร์ของทีมรายนี้ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง แต่ความพึงพอใจของฝ่าย โรนัลโด้ กลับไม่ได้เป็นไปตามแถลงการณ์ของต้นสังกัด เพราะมีรายงานว่า CR7 ดูจะไม่พอใจกับกรณีนี้มาก เนื่องจากมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำความผิดแต่กลับถูกกล่าวหาดำเนินคดีว่ามีเจตนาเลี่ยงภาษี แถมบอร์ดบริหารก็เลือกที่ห่วงและระแวงภาพลักษณ์ของสโมสรเสียไป มากกว่าห่วงที่จะช่วยเหลือนักเตะคนสำคัญของทีมให้รอดพ้นจากคดีความดังกล่าว "มาร์ก้า" สื่อในประเทศ สเปน ถึงขั้นลงข้อความว่า "แหล่งข่าวใกล้ชิด" ของ "โด้" บอกว่าเจ้าตัวถึงขั้นประกาศว่า "ถ้ากูไป ก็อย่าหวังว่าจะกลับมาอีก"

ผมว่าผู้อ่านทุกท่านต้องเข้าใจบริบทของประเด็นเหล่านี้ก่อนนะครับ ภาษีที่ โรนัลโด้ ถูกสอบสวนในคราวนี้มาจาก เงินที่ได้จากการที่ โรนัลโด้ ยอมให้บริษัทเจ้าของสินค้าและบริการต่างๆ เอาหน้าของโรนัลโด้ไปแปะไว้ หรือให้พูดอย่างเป็นทางการคือ เงินจากการขายลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ของตนเอง ซึ่งมันเป็นรายได้คนละก้อนกับค่าเหนื่อยที่ได้รับจากสโมสร เรื่องของเรื่องคือ โรนัลโด้ ได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาตั้งแต่สมัยยังค้าแข้งอยู่ในอังกฤษกับ แมนฯยูฯ ว่าให้ตั้งบริษัทขึ้นมาต่างหากเพื่อรับรายได้ในส่วนของภาพลักษณ์ เช่น จากงานโฆษณา งานพรีเซนเตอร์ ฯลฯ   ซึ่งเป็นคนละส่วนกับค่าเหนื่อยที่ได้จากสโมสรที่จะต้องเสียภาษีแบบตรงไปตรงมา เนื่องจากรูปแบบบริษัทเช่นนี้จะทำให้เสียภาษีน้อยลงและเป็นรูปแบบที่หน่วยงานด้านภาษีของ อังกฤษ ยอมรับได้ นักเตะพรีเมียร์ลีกส่วนใหญ่ก็ทำกันเป็นปกติ ทีนี้พอย้ายมาอยู่กับ มาดริด ที่ สเปน ตั้งแต่ปี 2009 ก็ยังคงรูปแบบการเสียภาษีลักษณะนี้ไว้  โดยมีการปรับบางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายของ สเปน ซึ่งก็ดำเนินการผ่านไปหลายปี แต่จู่ๆตอนนี้ก็มาโดนขุดคุ้ยและโดนตั้งข้อหาว่าตั้งบริษัทเพื่อเป็นการเลี่ยงภาษี ประจวบเหมาะพอดีกับสภาพเศรษฐกิจของแดนกระทิงดุที่ใช้คำว่า "ถังแตก" ก็ไม่ผิด ทีนี้พอหันไปหาสโมสร เพราะคิดว่าจะเป็นที่พึ่งได้ กลับไม่เป็นอย่างที่คาด เพราะ โรนัลโด้ ลืมไปว่าข้างหลัง "ราชันชุดขาว" คือรัฐบาล สเปน อีกทีหนึ่ง อาจไม่ชัดเจนแต่ก็พอเห็นได้รางๆ นั่นเลยเป็นที่มาของจุดแตกหัก และข่าวคราวการตัดสินใจย้ายออกจากสโมสร

ย้อนกลับไปไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักเตะระดับเดียวกับ โรนัลโด้ อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ของ บาร์เซโลน่า เจอกรณีนี้เช่นกัน เพราะตกเป็นข่าวเรื่องโกงภาษีใน สเปน  และเจ้าตัวก็ยืนยันหนักแน่นเหมือน โรนัลโด้ ในวันนี้ว่าตนเองไม่ได้โกงภาษี หรือทำอะไรที่ผิดแปลกไปจากการยืนเสีย ยืนขอคืนภาษีตามปกติของประเทศสเปนเลยด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามครั้งนั้นศาลในประเทศ สเปน สั่งลงโทษจำคุก 21 เดือนข้อหามีความผิดฐานหลบเลี่ยงภาษีมูลค่ากว่า 4.1 ล้านยูโร (164 ล้านบาท) ระหว่างปี 2007 และ 2009 โชคดีก็คือในประเทศ สเปน มีกฎหมายอยู่ข้อหนึ่งที่ระบุว่า ผู้ไม่เคยทำความผิดใดมาก่อน หากมีโทษจำคุกไม่เกิน 24 เดือน ก็จะสามารถขอรับโทษเป็นการคุมประพฤติ และรอลงอาญาได้โดยไม่จำเป็นต้องถูกจำคุกแต่อย่างใด แต่สิ่งที่เสียไปจากกรณีดังกล่าวคือค่าปรับที่เจ้าตัวและ ฮอร์เก้ พ่อบังเกิดเกล้าโดนไปในมูลค่า 3.7 ล้านยูโร (148 ล้านบาท) และชื่อเสียงที่สั่งสมมานมนานหลายปี

ที่แตกต่างกันออกไปคือในกรณีของ เมสซี่ นั้น สโมสรผู้เป็นต้นสังกัดอย่าง บาร์เซโลน่า ประกาศหนุนหลังเต็มอัตราถึงขั้นแถลงการณ์ว่า "สโมสรขอย้ำอีกครั้งว่าพร้อมให้การสนับสนุน ลีโอ เมสซี่, ฮอร์เก้ เมสซี่ คุณพ่อของเขา และครอบครัวของเขา โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสร บาร์เซโลน่า ติดต่อกับครอบครัวของนักเตะเพื่อบอกให้รู้การสนับสนุนนี้ ครอบครัวรู้สึกขอบคุณมาก ไม่ใช่แค่สำหรับครั้งนี้ แต่สำหรับการสนับสนุนที่นักเตะและครอบครัวของเขาได้รับจากสโมสรตลอดมา สโมสรจะยืนหยัดเคียงข้าง ลีโอ เมสซี่, คุณพ่อ และครอบครัวของเขาต่อไป"

ขณะที่แถลงการณ์ มาดริด เกี่ยวกับ โรนัลโด้ ในเรื่องเดียวกันแจงว่า "เรอัล มาดริด มั่นใจในตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อย่างเต็มเปี่ยมว่า เขาปฏิบัติข้อบังคับเรื่องภาษีอย่างถูกฎหมาย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แสดงให้เห็นมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม เรอัล มาดริด เมื่อปี 2009 ว่า เขาพร้อมทำตามข้อบังคับเรื่องภาษีด้วยใจจริง เรอัล มาดริด มั่นใจสุดๆว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ จะพิสูจน์ให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ในกระบวนการนี้ เรอัล มาดริด หวังว่า ผู้พิพากษาจะตัดสินเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ความบริสุทธิ์ก็จะปรากฎออกมาเร็วขึ้นเท่านั้นด้วย"

เหมือนจะคล้าย แต่ในตัวอักษรกลับรู้สึกแตกต่าง!!  

"บาร์ซ่า บอกทั้งโลกว่าเข้าข้าง เมสซี่" แต่ "มาดริด บอกทั้งโลกว่าเชื่อว่า โด้ นั้นมิได้กระทำผิด" 

ความเหมือนที่แตกต่างนี้ทำให้หลายสำนักข่าวจับกลิ่นได้ว่าต้องมีเรื่อง "ไม่ปกติ" เกิดขึ้นแน่ และนั่นนำมาซึ่งกระแสข่าวการย้ายออกจากทีมของ โรนัลโด้ โดยสื่อรายแรกที่ออกมาเปรยคือ "อา โบล่า" สื่อในประเทศ โปรตุเกส บ้านเกิดของเจ้าตัวนั่นเอง แถมรายงานล่าสุดจากสื่อรายเดิมเผยว่า นักเตะแจ้งความประสงค์ต่อทีม "ราชันชุดขาว" ว่าต้องการอำลาทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ อย่างไรก็ตามเมื่อ เรอัล มาดริด ทราบเรื่อง ก็ได้ตั้งค่าตัวของ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส สูงถึง 157 ล้านปอนด์ (ราว 7.85 พันล้านบาท) ซึ่งมีเพียงไม่กี่สโมสรที่สามารถทุ่มเงินมหาศาลเพื่อคว้าตัวเขาไปร่วมทัพได้

วันแรกที่ข่าวการย้ายทีมของ โรนัลโด้ ล่องลอยออกมาสู่สาธารณะ สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง มาร์ก้า, อาส, เทเลกราฟ, สปอร์ต, อินดิเพนเดนท์ และอื่นๆ พร้อมใจกันโหมประโคมข่าวเพราะแน่นอนว่าเรื่องของแข้งรายนี้นั้นขายได้ ยิ่งมีประเด็นแตกต่างหรือแรงกว่า หรือลึกกว่าเพิ่มเข้ามาเช่นการใช้คำกล่าวของ "แหล่งข่าวใกล้ชิด" มาอ้างยิ่งทำให้ประเด็นนี้เผ็ดร้อนยิ่งขึ้น

ย้อนกลับไปมองเคสของ เมสซี่ ยามนั้นทุกสำนักข่าวก็เคยรายงานเจ้าตัวอาจตัดสินใจเก็บข้าวของบอกลาแดนกระทิง แถมมีรายงานว่าสัญญาใหม่ของเจ้าตัวยังไม่ได้รับการตอบรับก็เกิดกระแสการย้ายทีมออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เมสซี่ ก็ยังไม่ได้ย้ายไปไหน พอมาถึงเคสของ "โด้" ที่ต่างออกไปคือกรณีความ "น้อยใจ" ในต้นสังกัดที่เพิ่มเติมเข้ามาทำให้เกิดปัจจัยในการเลือกย้ายทีมได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่หากมองในมุมการตลาดแล้ว นักเตะที่มีมูลค่าในตัวเองสูงขนาด โรนัลโด้ และหากมองสโมสรฟุตบอลเป็นองค์กรธุรกิจชนิดหนึ่ง การย้ายทีมของเจ้าตัวไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องใช้เวลาในการตกลงรายละเอียดต่างๆมากมายไม่น้อย ยิ่งมีทัวร์นาเม้นท์ "คอนเฟเดเรชั่นส์ คัพ 2017" เข้ามาระหว่างนี้ ยิ่งยากนักต่อการเจรจาหรือการพูดคุยตกลงเรื่องอะไรต่อมิอะไรก็ตาม อย่างน้อยอาจต้องรอจนกว่าทัวร์นาเม้นท์นี้จะจบ และกว่าจะถึงเวลานั้น เรอัล มาดริด มีเวลามากพอที่จะวางแผนว่าแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี เพราะการปล่อยตัว โรนัลโด้ หรือการขายแข้งรายนี้ออกไป อาจไม่ใช่ทางออกทางเดียวของทีมที่ทำธุรกิจลูกหนังมาอย่างแข็งแกร่งตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

สติในการเสพข่าวนั้นสำคัญ เพราะเรื่องบางเรื่องต้องใช้กลไกของเวลาในการจัดการ 

บทความอื่นๆ ของ อธิคม ภูเก้าล้วน
อินโทร เดอะ เกมส์
''ปืนใหญ่'' พร้อมไหม?กับฤดูกาลใหม่ที่กำลังมาถึง
อินโทร เดอะ เกมส์
ข่าวแปลกแห่งตลาดซัมเมอร์ 2017
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น