วิเคราะห์ 5 ปัจจัยทำกิเลนฟอร์มตกหลังเข้ารอบน็อคเอาท์ACL

วิเคราะห์ 5 ปัจจัยทำเกินฟอร์มตกหลังเข้ารอบน็อคเอาท์ACL
วิเคราะห์ 5 ปัจจัยทำเกินฟอร์มตกหลังเข้ารอบน็อคเอาท์ACL

เกิดอะไรขึ้นกับทีมแชมป์เก่าไทยลีกอย่าง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด หลังผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 ซึ่งล่าสุดต้องพบกับความปราชัย 2 เกมติดในลีก ทั้งนอกบ้านเเละในบ้าน ทั้งหมดที่จะกล่าวไม่ใช่การแก้ตัว แต่มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นและส่งผลต่อฟอร์มเมืองทองฯ ในช่วงปลายเลกแรกนี้

ช่วงนี้เหมือนเป็นช่วงมรสุมของทีมเอสซีจี เมืองทองฯ ที่เพิ่งจะแพ้สองเกมติดๆ กันในฟุตบอลไทยลีก ถ้านับรวมในกับศึกเอซีแอลด้วยก็สามเกมติดต่อกัน น่าจะเป็นช่วงที่ผลงานแย่ที่สุดของทีมกิเลนผยองในฤดูกาลนี้ก้ว่าได้ ผิดกับช่วงต้นฤดูกาลที่ชนะมาติดๆ จนเราเองก็คิดว่าใครหนอจะมาหยุดเมืองทองฯ ได้

แต่แน่นอนในโลกของฟุตบอลมันไม่มีทีมไหนอยู่ค้ำฟ้าและจะชนะไปได้ทุกนัด หรือชนะไปได้ตลอดหรอกครับ ก่อนหน้านี้ที่ทีมงาน SMMsport  ได้เคยนำเสนอคัมลัมน์ที่ว่าใครหนอจะหยุดเมืองทองได้ พอแชมป์ไทยลีกแพ้ทีก็ถูกเกรียนคีย์บอร์ดนำมาเยาะเย้ยถากถางอยู่ตอนนี้ แค่อยากจะอธิบายว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของวงการสื่อ ทีมไหนที่ผลงานดีในช่วงนั้น มันก็ต้องเขียนชื่นชมเป็นธรรมดา

ไม่เฉพาะเมืองทองฯ ตอนที่ทีมบุรีรัมย์ ฟอร์มดี เราก็ชื่นชมและนำเสนอผลงานของบุรีรัมย์เช่นกัน รวมทั้งทีมอื่นๆ แต่เมื่อฟอร์มไม่ดีผลงานไม่ดี เราก็มาว่ากันที่เหตุผลว่าทำไม เพราะอะไร ถ้าคุณเข้าใจสัจธรรมบนโลกมนุษย์นี้ก็คงจะเข้าใจถึงสิ่งที่ผมกำลังจะสื่อนะครับ แต่ถ้าไม่เข้าใจก็เรื่องของคุณ

จริงๆ แล้วการที่เอสซีจี เมืองทองฯ  มาฟอร์มตกในช่วงปลายเลกแรกมันก็เป็นเรื่องที่แสนธรรมดามากๆ เพราะเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับทีมอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วย ในตอนที่พวกเขามีโปรแกรมลงเตะเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก และยิ่งได้เข้ารอบลึกๆ มันก็จะทำให้ผลงานในลีกมันดาวน์ลงเพราะโปรแกรมมันเยอะ นักเตะก็กรอบ สมัยบุรีรัมย์ที่โปรแกรมชุกเคยตกไปอยู่กลางตารางก็มี ส่วนเมืองทองฯ โชคดีที่ช่วงต้นออกสตาร์ทดีทำให้ยังรักษาตำแหน่งจ่าฝูงไว้ได้ แต่ตอนนี้โดนปราสาทสายฟ้าไล่จี้มาเหลือแต้มเดียว ก็ทำให้การลุ้นแชมป์สนุกเข้มข้นขึ้น  

คราวนี้เรามาดูกันที่ 5 ปัจจัยที่ทำให้เอสซีจี เมืองทองฯ ฟอร์มตกในช่วงนี้ ย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่ข้ออ้าง ในเมื่อต้องการเป็นทีมอันดับหนึ่งของไทย และทำผลงานดีในถ้วยเอเชีย และการมีตัวทีมชาติเยอะ คุณก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่สมควรจะเป็นแชมป์ไทยลีก หรือเป็นทีมที่ดีที่สุดของเมืองไทย

1.โปรแกรมแข่งขันเยอะกว่าทีมอื่น

แน่นอนว่าเรื่องโปรแกรมการแข่งขันที่มันถี่ยิบแบบนี้มันส่งผลต่อเรื่องสภาพร่างกายนักเตะอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นทีมไหนก็ต้องกระทบ แต่ต้องชื่นชม "โค้ชแบน" อย่างนึงว่าไม่เคยนำข้อนี้มาเป็นข้ออ้าง และทุกครั้งที่แพ้ก็จะยอมรับตามตรงว่าทีมเล่นไม่ดี หรือตัวเองจัดตัวพลาดอะไรก็ว่าไป แต่ก็นั่นแหละครับมันคือเรื่องจริงที่ว่าเมื่อต้องลงเตะแบบไม่มีพักสุดสัปดาห์ กลางสัปดาห์ตลอดแบบนี้เป็นใครก็เป๋ครับ รับประกัน แต่กิเลนผยองก็ยังดีที่ว่าตอนนี้ยังนำเป็นจ่าฝูงอยู่ แต่ถ้านัดต่อไปสะดุดอีก ตำแหน่งจ่าฝูงก็อาจหลุดมือไปด้วยเช่นกัน 

2.ตัวผู้เล่นกรำศึกหนัก

ต่อเนื่องมาจากโปรแกรมที่เยอะอย่างที่บอกมันก็ส่งผลต่อเรื่องของนักเตะ ที่ต้องลงเล่นแบบไม่มีพัก อีกทั้งผู้เล่นเมืองทองฯ นอกจากจะรับใช้ต้นสังกัดแล้วก็ยังต้องรับใช้ทีมชาติด้วย มันก็ยิ่งหนักกว่าเก่าเป็นสองเท่า แต่ก็อย่างที่บอก ในเมื่อทีมมีผู้เล่นทีมชาติหลายคน คุณก็ต้องบริหารจัดการทีมให้ลงตัว และให้มันผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ 

3.ตัวเลือกใช้งานมีจำกัด

นอกจากนี้เรื่องของตัวผู้เล่น จากบทสัมภาษณ์หลังเกมของ "โค้ชแบน" ที่พ่ายการท่าเรือ วานนี้ (17 พ.ค.) ก็ยอมรับเองเลยว่าขนาดทีมของเมืองทองฯ นั้นเล็กเกินไป กับการที่ต้องลงเตะหลายรายการแบบนี้ ซึ่งมันก็เป็นความผิดพลาดเรื่องการเลือกตัวผู้เล่นตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล โดยนักเตะเมืองทองฯ จะเห็นว่าต้องใช้ตัวหลักๆ ลงเล่นอย่างต่อเนื่องอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์,ธีราทร บุญมาทัน,อาโอยามะ,เซลิโอ,ชนาธิป สรงกระสินธ์,ธีรศิลป์ แดงดา พวกนี้คือนักเตะที่ลงเล่นมาตลอด ซึ่งแข้งสำรองในทีมก็ยังทดแทนกันแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ นี่คือปัญหาที่ทีมต้องแก้ไขในเลกที่สอง

4.ตัวหลักเจ็บเยอะ

นี่ก็เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมากโปรแกรม ขนาดทีม ตัวผู้เล่น นั่นก็คืออาการบาดเจ็บนักเตะ โดยตัวหลักที่เจ็บยาวไปตอนนี้ก็มีอยู่ 3 คน อย่าง สารัช อยู่เย็น,อดิศักดิ์ ไกรษร และ ซิสโก้ ฆิมิเนซ จะบอกว่าตัวหลักเจ็บไปไม่กระทบไม่ได้ครับ ยังไงมันก็กระทบอยู่แล้วในระยะยาว มันก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ตัวเลือกมีน้อยตามไปด้วย

5.ทุกทีมต้องการเอาชนะ

ส่วนเหตุผลสุดท้ายก็คือคู่แข่ง ที่ต้องการจะเอาชนะทีมเมืองทองฯ อยู่แล้วทุกทีม โดยเฉพาะคู่แข่งลุ้นแชมป์โดยตรงอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ถ้าเจอยังไงก็ต้องการชนะเมืองทองฯ อยู่แล้ว ส่วนทีมอื่นๆ แม้ไม่เจอเมืองทองฯ แต่ก็แอบลุ้นว่าเมืองทองจะสะดุดในทุกๆ สัปดาห์ มันก็เป็นเรื่องปกติครับ อย่างบอลอังกฤษตอนที่เชลซียังไม่ได้แชมป์ แฟนบอลทุกทีมก็อยากให้เชลซีสะดุด การลุ้นแชมป์จะได้สนุก และทีมที่ตัวเองเชียร์ก็มีลุ้นด้วย มันก็เหมือนกันละครับ ดังนั้นไม่ว่าใครจะเจอเมืองทองฯ ความมุ่งมั่นก็จะเยอะเป็นพิเศษ ในทุกเกมจึงเป็นเกมที่ยาก โดยเฉพาะช่วงนี้ที่กำลังฟอร์มตก บอกตามตรงเลยว่าทุกทีมเอาชนะเมืองทองฯ ได้ทุกทีมครับ

และจากผลงานในช่วงหลังมานี้ที่แพ้มาสามเกมติด ก็น่าเป็นห่วงกับโปรแกรมเอซีแอล รอบน็อคเอาท์ ที่กลางสัปดาห์หน้าจะต้องพบกับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ทีมจะพร้อมแค่ไหน และผลงานมันจะดีเหมือนในรอบแบ่งกลุ่มหรือไม่ ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังมีเกมในลีกเตะต่อเนื่อง และก็มีเกมนัดสองที่ต้องบุกไปเยือนคาวาซากิ ที่ญี่ปุ่นด้วย จากนั้นจะกลับมาปิดเลกแรกกับเชียงราย ในวันที่ 2 มิ.ย.อีก

ดูเหมือนว่าหากกิเลนผยองอยากจะเข้ารอบต่อไปของเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อาจจะต้องยอมปล่อยเกมในลีกนัดสองนัดนี้หรือไม่ ไม่ด้วยการส่งสำรองหรือดาวรุ่งเพื่อโรเตชั่นให้ตัวหลักพร้อมที่สุดสำหรับ 2 แมตช์ เหย้า-เยือน กับคาวาซากิฯ ซึ่งถ้าเด็กเล่นดีก็ดีไป แต่ถ้าเล่นไม่ดีก็อาจแพ้ต่อเนื่องได้อีก 

แต่ถ้าจะใช้ตัวหลักลงเล่นแบบนี้ทั้งสองรายการต่อไป บางทีอาจจะไม่ส่งผลดีต่อทั้งในลีกและบอลเอเชียได้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งบางทีกิเลนผยอง ก็ต้องเลือกว่าจะเอาแบบไหนดี

ไม่ดราม่านะจ้ะ อ่านให้จบแล้วค่อยมาแขวะ กู้ดบายยยยย รักนะ จุ๊บๆ

มูซาชิ

บทความอื่นๆ ของ chicharitao
รอบรั้วบอลไทย
หมดยุค''ธีรศิลป์''ใครจะเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ทีมชาติไ...
รอบรั้วบอลไทย
วิกฤตบอลไทย...ก่อนไปฤดูกาล 2018
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น