เมื่องบมีน้อย...โค้ชทีมชาติไทยก็ต้องเลือกให้ละเอียด

หลังจากที่ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประกาศลาออกจากการคุมทีมชาติไทย ไปเมื่อสิ้น เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถึงตอนนี้ สมาคมฟุตบอลฯ ก็ยังหากุนซือคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนไม่ได้

ก่อนหน้านี้มีรายชื่อโค้ชระดับโลกมากมายโผล่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็น เคลาดิโอ รานิเอรี่, อเลฮานโดร ซาเบลล่า, คาร์ลอส ดุงก้า, โลธาร์ มัตเธอุส, ฆวนเด้ รามอส, แฟรงค์ ไรจ์การ์ด หรือ วิลลี่ ซาญอล

แต่สุดท้ายทุกคนก็ต้องโบกมือบ๊ายบาย เนื่องจากงบประมาณของสมาคมฟุตบอลฯค่อนข้างมีจำกัด จึงไม่อาจจะสู้ค่าจ้างที่แพงหูฉี่ของโค้ชเหล่านี้ได้

ซึ่งก็ถือว่าน่าเสียดายเหมือนกันที่ ทีมชาติไทย จะพลาดการได้โค้ชชื่อดังเหล่านี้มาคุมทีม เพราะหลายคนถือว่ามีฝีมือในการคุมทัพ และผลงานก็เป็นที่ประจักษ์จับต้องได้

อย่างไรก็ตาม ยังเหลือโค้ชอีกหลายคนที่ค่าจ้างไม่แพง และยังได้ไปต่อกับการลุ้นคุมทีมชาติไทย อาทิ วินฟรีด เชเฟอร์, เรเน่ มูเลนสตีน, จอร์แวน วิเอรา, มาซาฮิโร ชิโมดะ, มิโลวาน ราเยวัช และอาจจะรวมถึง ดราแกน ทาลายิช ที่จะมาสัมภาษณ์งานในสัปดาห์นี้

จากที่เอ่ยมา คงมีแค่ มิโลวาน ราเยวัช คนเดียวที่มีคุณสมบัติตรงตามสเปคที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ เคยตั้งไว้ นั่นคือ เคยพาทีมเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกมาแล้ว (ราเยวัช พาทีมชาติกาน่า ไปเล่นฟุตบอลโลก 2010)

แต่ในเมื่อมีขีดจำกัดในเรื่องงบประมาณ คุณสมบัติดังกล่าว ก็คงต้องลืมๆไปก่อน เพราะตัวเลือกที่เหลืออยู่ตอนนี้ ก็มีอยู่เท่านี้แค่นั้น

หากให้ผมวิเคราะห์ ผมคิดว่าตัวเต็งที่สุดตอนนี้คงได้แก่ มิโลวาน ราเยวัช โค้ชชาวเซอร์เบีย เนื่องจากมีคุณสมบัติตรงตามที่ "บิ๊กอ๊อด" ต้องการ นั่นคือเคยผ่านสังเวียนฟุตบอลโลกมาแล้ว แถมยังมีประสบการณ์คุมทีมในเอเชียอย่าง ทีมชาติกาตาร์ และ สโมสร อัล อาลี ในซาอุดิอาระเบีย

จุดเด่นของ มิโลวาน ราเยวัช ผมมองว่าคือประสบการณ์ในการคุมทีม เพราะเขาทำงานด้านโค้ชมากว่า 20 ปี และคุมทีมมาหมดแล้วทั้งในยุโรป, แอฟริกา, เอเชีย โดยเฉพาะเอเชียที่ทำงานทั้ง กาตาร์, ซาอุดิอาระเบีย และ จีน

ส่วนตัวเต็งรองลงมาคือ วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทย เนื่องจากเขารู้จักนักเตะไทยหลายคน อีกทั้งเจ้าตัวยังทำคะแนนเป็นว่าเล่นด้วยการบุกไปดูบอลไทยตามสนามต่างๆ ทำให้มีภาพออกสื่อไม่เว้นแต่ละวัน

สำหรับจุดเด่นของ "วินนี่" ก็อย่างที่รู้ๆกันคือ เขาคุ้นเคยกับนักเตะไทยหลายคน จึงน่าจะปรับตัวได้ง่าย อีกทั้งผมเชื่อว่าเขาน่าจะมีแรงกระตุ้นมากขึ้นหากได้กลับมาคุมทีมชาติไทย เพราะผมคิดว่าเขาคงอยากจะพาไทยประสบความสำเร็จเพื่อล้างอายจากการคุมทีมในครั้งก่อน

ขณะที่ตัวเต็งอันดับรองจากนี้ ก็คงจะเป็น มาซาฮิโร ชิโมดะ อดีตผู้ช่วยโค้ชทีมชาติญี่ปุ่นหลายสมัย ซึ่งเขาน่าจะมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคของทีมชาติไทย ทำให้หลายคนจับตามองกุนซือคนนี้เป็นพิเศษ

จุดเด่นของ มาซาฮิโร ชิโมดะ ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องระเบียบวินัยตามแบบฉบับโค้ชชาวญี่ปุ่น นอกจากนี้เขายังมีประสบการณ์ในฟุตบอลโลกมาแล้วในปี 2010 ในฐานะผู้ช่วยโค้ช และยังเป็นฝ่ายเทคนิคของทีมชาติญี่ปุ่น U23 ชุดแชมป์เอเชีย 2016 อีกด้วย

แต่นอกนั้นทั้ง จอร์แวน วิเอรา อดีตโค้ชทีมชาติอิรัก ชุดแชมป์เอเชียนคัพ 2007, เรเน่ มูเลนสตีน อดีตผู้ช่วย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หรือ ดราแกน ทาลายิช อดีตกุนซือทีมเมืองทองฯ ผมมองว่ายังไม่น่าจะใช่

อย่างไรก็ตามทั้งหมดที่กล่าวมาคือการวิเคราะห์ของผมเพียงคนเดียว ซึ่งอาจจะถูก หรือผิด ก็ไม่มีใครทราบได้ เพราะคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจเลือกโค้ชทีมชาติไทยในครั้งนี้คือ "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง

แต่ไม่ว่าทีมชาติไทยจะได้ใครเข้ามา ผมและแฟนบอลชาวไทยก็ยังจะเชียร์ทีมชาติไทยต่อไป และหวังว่าผลงานของทัพ "ช้างศึก" จะพุ่งไปข้างหน้าอย่างที่หลายคนวาดฝันไว้...

 

 

 

 

บทความอื่นๆ ของ nutnaldo
รอบรั้วบอลไทย
ปุ๊บปั๊บรับโชค!!รวมทีเด็ดนัดสั่งลาไทยลีก 2017
รอบรั้วบอลไทย
ดาวรุ่ง หรือ ต่างชาติ อะไรคือคำตอบความสำเร็จของบุร...
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น