ไทย พบ ซาอุฯ !! ซิโก้ จะมาแผนไหน?

ไทย พบ ซาอุฯ !! ซิโก้ จะมาแผนไหน?
ไทย พบ ซาอุฯ !! ซิโก้ จะมาแผนไหน?

อีกเพียง 3-4 วัน เท่านั้น ทีมช้างศึกของเราก็จะลงสนามพบกับเศรษฐีน้ำมัน ซาอุดิอาระเบีย การเกมคัดเลือกบอลโลก นัดที่ 6 ของเรา ในวันพฤหัสบดีที่ 23 มี.ค.นี้ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งถือเป็นเกมสำคัญที่จะชี้ชะตาว่าเราจะได้ไปต่อหรือหยุดแค่รอบนี้ และอีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือระบบแผนการเล่นที่ซิโก้ เตรียมไว้ใช้รับมือกับอาคันตุกะจากตะวันออกกลางนั้นจะเป็นแผนไหนกันแน่

จริงๆ แล้วเรื่องแผนการเล่นมันก็ไม่ใช่หน้าที่กงการอะไรของผมหรอกครับ มันเป็นหน้าที่การตัดสินใจของผู้เป็นกุนซือ ที่น่าจะรู้ดีที่สุดว่าทีมควรจะเล่นแบบไหน นักเตะที่จะใช้งานเป็นใครบ้าง แต่ในฐานะแฟนบอลและสื่อมวลชนผมก็ทำหน้าที่วิเคราะห์วิจารณ์จากข้อมูลและความน่าจะเป็นก็เท่านั้นเอง ดังนั้นก็อ่านเพื่อความบันเทิงและเพลิดเพลินก็แล้วกันครับอย่าไปซีเรียสมาก

เรื่องของแผนการเล่นของทีมชาติไทย ในยุคของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนามเมือง ถ้าย้อนกลับไปในช่วงแรกๆ ที่เริ่มคุมทีมลุยซีเกมส์ ที่เมียนมา ปี 2013 หรือจะเป็นการคุมทีมยู23 ในอินชอนเกมส์ 2014 และในซูซูกิ คัพ ในปีเดียวกัน แผนการเล่นของทัพช้างศึกก็คือ 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 ซึ่งมันก็คือแผนเดียวกันอยุ่ที่วิธีการเล่นและการยืนตำแหน่งของนักเตะ โดยแผนที่ว่าเราก็มักจะคาดเดา 11 ผู้เล่นของทีมชาติไทยได้เสมอว่าจะมีหน้าตาออกมาแบบไหนในแต่ละเกม และส่วนใหญ่ก็จะไม่ผิดตามที่คาดการณ์

แต่มาในปีที่แล้วทั้งในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย 5 เกมที่ผ่านมา รวมทั้งในศึกซูซูกิ คัพ 2016 แผนการเล่นของ โค้ชซิโก้ แทบจะไม่เหมือนกันเลยในแต่ละเกม จะมีการปรับเปลี่ยนทั้งระบบ และตัวผู้เล่นทุกนัด จนสื่อมวลชนนั้นเดาใจกันไม่ถูกเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าเกมนี้จะใช้ระบบไหน ใครจะได้ลงตัวจริงบ้าง อีกทั้งในช่วงหลังๆ การฝึกซ้อมของทีมชาติไทยก็จะเข้มงวดขึ้นด้วย 

คือในช่วง 3-4 วันสุดท้าย จะเป็นการลงซ้อมแบบปิด คือจะให้นักข่าวที่ตามไปทำข่าวฝึกซ้อมจะทั้งที่กิเลนวัลเลย์ หรือกลับมาซ้อมที่ราชมังฯ แม้จะไม่ใช่การซ้อมครั้งสุดท้ายแบบออฟฟิเชี่ยล ก็จะให้เก็บภาพและสังเกตการณ์ได้แค่ 15 นาที เท่านั้น และในช่วงของการขึ้นเกม วางระบบ ก็จะไม่ให้มีนักข่าวดูการฝึกซ้อมแม้แต่คนเดียว ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องอยู่แล้ว ดังนั้นจึงทำให้ช่วงหลังมานี้ สื่อแต่ละสำนักก็จะคาดเดาแผนการเล่นไปคนละอย่าง ตัวผู้เล่นก็จะไม่เหมือนกัน มันจึงเป้นสิ่งที่น่าสนใจว่าแต่ละเกม ซิโก้ จะมาแผนไหน

เกมที่จะพบกับซาอุดิอาระเบีย ก็เช่นกัน ไม่รู้ว่าทีมชาติไทยจะมาแผนไหนที่จะสู้กับซาอุได้ดีเหมือนกับในเกมแรก ถ้าย้อนกลับไปนัดแรกที่พบกันที่เมืองริยาด นั้น ซิโก้ ยังคงเริ่มต้นด้วยระบบ 4-3-3 มี กวินทร์ เฝ้าเสา กองหลัง โด, ธนบูรณ์,กรวิทย์,ธีราทร กองกลางก็มี ปกเกล้า,ชนาธิป และ สารัช หน้า 3 คน ก็มี มงคล,เกริกฤทธิ์ และ ธีรศิลป์

โดยเกมนั้นทีมชาติไทยนั้นเล่นได้ดีกว่าเจ้าถิ่น แต่โชคร้ายที่มาโดนจุดโทษท้ายเกมและต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป ส่วนเกมเจอญี่ปุ่น ก็ระบบเดิมแต่เปลี่ยนเอา ชัปปุยส์ มาเเทน สารัช ที่โดนแบน และ นฤบดินทร์ แทน มงคล โดยเกมนั้นพ่ายญี่ปุ่น 1-2

เกมต่อมาเยือนยูเออี ก็ยังคงใช้ระบบเดิม โดยตัวผู้เล่นกลับเหมือนกับเกมแรกที่พบซาอุ ซึ่งก็แพ้ยูเออี 3-1 แต่เป็นเกมที่ได้รับคำชมว่าเล่นดี แต่ยิงคู่แข่งไม่ได้เท่านั้น เกมต่อมาเยือนอิรัก ยังคงยึดระบบเดิมตัวเดิมและก็แพ้ไปเละเทะ 4-0

จนมาในเกมล่าสุดที่เล่นกับออสเตรเลียในบ้าน โค้ชซิโก้ เปลี่ยนระบบการเล่นมาเป็น 3-5-2 โดยมี กวินทร์ เฝ้าเสา หลัง 3 คน ธนบูรณ์,อดิศร และ ประทุม วิงแบ็กสองฝั่ง โด และ อุ้ม แดนกลางมี ปกเกล้า,สารัช เล่นเกมรับ ตัวรุกมี ชนาธิป โดยจัดหน้าคู่เป็น สิโรจน์ และ ธีรศิลป์ และก็เป็นอีกเกมที่ทีมชาติไทยเล่นได้ประทับใจแฟนบอล และน่าจะเป็นเกมที่เล่นดีที่สุดในรอบคัดเลือกที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้ โดยเสมอจิงโจ้ไป 2-2 

หลังจบเกมกับออสเตรเลีย เราก็ลงทำศึกซูซูกิ คัพ ต่อเลยและก็คว้าแชมป์กลับมา ซึ่งในซูซูกิ คัพ ก็มีการใช้แผนการเล่นหลายแผนเหมือนกัน แต่ก็คงจะเอามายึดเหมือนในฟุตบอลโลก ไม่ได้ เพราะคู่แข่งและมาตรฐานต่างๆ มันต่างกันเยอะ

ที่ผ่านมาเราเล่นในบ้านไปสองเกม เจอญี่ปุ่น เล่น 4-3-3 ดูแล้วไม่เวิร์ค อีกเกมเจอ ออสเตรเลีย ใช้ 3-5-2 เล่นได้ดี บวกกับทีมจิงโจ้ดูแล้วไม่ฟิตเท่าไหร่ การที่จะต้องพบกับซาอุฯ ที่ตอนนี้เป็นทีมนำของกลุ่ม และจากเกมแรกที่พวกเขาเล่นไม่ดี แต่หลังจากนั้นมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ หากเราจะยึดระบบและแผนการเล่นแบบเดิมก็ไม่รู้ว่าจะเวิร์คหรือเปล่า ไอ้ครั้นจะเล่น 3-5-2 ที่เราเล่นได้ดีกับออสซี่มันจะดีเหมือนกับเจอซาอุ หรือเปล่า ก็ไม่มีใครตอบได้

แต่ถ้าพูดถึงวิธีการเล่นที่จะทำอย่างไรถึงจะสู้กับทีมเศรษฐีน้ำมันได้ หลักๆ ก็คือต้องปิดการขึ้นเกมทางริมเส้นของคู่แข่ง เพราะซาอุชุดนี้มีดีที่ริมเส้น มีตัวคล่องและเร็ว รวมทั้งเปิดบอลดี ซึ่งก็จะโยงไปถึงการป้องกันลูกกลางอากาศที่เป้นจุดเด่นของทีมอาหรับอยู่แล้วด้วยเหมือนกัน อีกอย่างก็คือลูกตุกติกต่างๆ ก้ต้องระวังด้วยเช่นกัน

ส่วนเรื่องการเข้าทำ หากจะค่อยๆ ต่อเกมและเจาะเข้าทำแบบตรงๆ ก็ดูแล้วอาจจะยากไม่น้อย เพราะแชมป์ของกลุ่มก้มีเกมรับที่เหนียวแน่น ดังนั้นคงต้องใช้จังหวะแบบฉาบฉวย โดยเฉพาะลูกนิ่ง ลูกฟรีคิกต่างๆ ถ้ามีโอกาส ต้องเน้นเป็นพิเศษ

ถ้าถามตอนนี้ผมเองก็ตอบไม่ได้ว่าเราควรจะใช้แผนไหนสู้กับซาอุฯ เพราะผมไม่ได้เรียนโค้ชมา และถ้าจะให้คาดการณ์ก็บอกเลยว่าเดาใจซิโก้ ไม่ออกจริงๆ มันเป็นไปได้ ทุกอย่าง และแม้วันนี้เราคิดว่าจะมาระบบนี้ พอถึงวันแข่งจริงมันอาจจะเป็นอีกแบบก็ได้

และล่าสุดกุนซือช้างศึกก็ออกมาแย้มๆ แล้วว่ามีแผนการเล่นที่คิดไว้ 3 แผนการเล่นด้วยกัน ซึ่งก็คงไม่ต่างอะไรกับที่ได้บอกไปข้างต้น อย่างไรก็ดี ไว้ถึงเวลาเราค่อยมาดูกันดีกว่าว่าทีมชาติไทย จะมาด้วยระบบไหน

ถ้าดูจากขุมกำลังที่เรียกมาเก้บตัวฝึกซ้อม กองหลังตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กก็มีอยู่หลายคน ซึ่งแต่ละคนก็กำลังท็อปฟอร์ม กองกลางก็เช่นกัน มีตัวเลือกเยอะ แต่น่าจะเป็นการเรียกมาหาตัวแทนของ สารัช มากกว่าที่จะเกี่ยวกับแผนการเล่น

เช่นเดียวกับกองหน้าตอนนี้มีหน้าเป้า 4 คน ซึ่งน่าจะเป็นกองหน้า 4 คนที่ดีที่สุดของทีมชาติไทยตอนนี้ก็ว่าได้ ก็อาจจะมีผลต่อแผนการเล่นด้วยเหมือนกันที่เรียกกองหน้าเข้ามาเยอะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับการตัดตัวครั้งสุดท้าย 23 คน ในวันที่ 22 มี.ค. ซึ่งพอตัดตัวออกมาแล้ว แต่ละตำแหน่งมีผู้เล่นคนไหนอย่างไรก็อาจจะพอจับทางได้ว่าจะมาระบบไหน

แต่คิดไปก็ปวดหัว ไว้รอดูของจริงดีกว่า ก็อย่างที่ผมบอกก็ทำหน้าที่วิเคราะห์ไปเรื่อยเปื่อย ท้ายที่สุดการตัดสินใจก็ขึ้นอยู่กับผู้เป็นโค้ช เอาเป็นว่า 23 มี.ค.นี้ เรามีนัดกันที่ราชมังฯ ใครมีตั๋วไปเจอกัน ใครไม่มีรอเชียร์หน้าจอ

หวังว่าวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้จะมีแฟนบอลไทยรอดูทีมชาติไทยมากกว่า "หน้ากากนักร้องซ่อนแอบ" นะครับ 

ปล.แซวเล่นอย่าคิดมาก ใครชอบอะไรดูอันนั้นครับผม 

มูซาชิ

 

บทความอื่นๆ ของ chicharitao
รอบรั้วบอลไทย
3 ตัวเลือกสุดท้าย คุณคิดว่าใครจะเข้าวิน???
รอบรั้วบอลไทย
ทำความรู้จัก มิโลวาน ราเยวัช ว่าที่แม่ทัพคนใหม่ทีม...
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น
v