วันที่ แคสเปอร์ เหมือนจะเก่งเท่าคุณพ่อจริงๆ

คงมีไม่กี่คนที่จะได้โอกาสเข้าใจถึงความกดดันของการเกิดเป็นลูกชาย ของสุดยอดพ่อค้าแข้ง เวิลด์คลาสส์ ระดับโลก

มันไม่ใช่เรื่องใหม่ของวงการฟุตบอล....ตระกูล มัลดินี่ สืบทอดเส้นทางบนผืนหญ้ามาหลายเจเนอเรชั่นแล้ว , ยุค 90 เราก็ได้เห็น จอร์ดี้ ครัฟฟ์ ก้าวขึ้นมาสานต่อเรื่องราวของตำนานนักเตะเทวดา โยฮัน ครัฟฟ์

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซีเนียร์ ที่ตั้งชื่อลูกชายตามรอยตัวเอง , แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ที่มีลูกชายรูปหล่อ เจมี่ เร้ดแน็ปป์ , เปเป้ เรน่า ที่มีความฝันอยากเป็นผู้รักษาประตูเหมือนคุณพ่อ มิเกล เรน่า , บรู๊คลิน ที่เคยมีช่วงหวังเดินตามแบบอย่างป๊ะป๋า เดวิด เบ็คแฮม , ทอม อินซ์ ที่เล่นอยู่ในลีกรอง เดอะ แชมเปี้ยนส์ชิพ ต่างจาก พอล อินซ์ ที่ยืนสง่าเคยเป็นกัปตันทีมผิวสีคนแรกของทีมชาติอังกฤษ       

บ้างก็ประสบความสำเร็จ แต่บ้างก็ไม่! 

เมื่อหลายปีก่อน ผมเคยมอง แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เอาไว้ว่าอาชีพของเขาน่าจะอยู่ในโมเดลอะไรหลายๆ อย่างที่คล้ายคลึงกับของ จอร์ดี้ ครัฟฟ์

ทั้ง 2 คน มีคุณพ่อเป็นตำนานระดับพระกาฬ , 1 ในนิยามของจอมทัพที่เก่งที่สุด , 1 ในนิยามของผู้รักษาประตูที่สมบูรณ์แบบที่สุด มันคือความกดดันมากมายมหาศาล และไม่ใช่เรื่องง่ายต่อการสลัดภาพออกมาขัดเขียนเรื่องราวของตัวเองชีวิตจากภายใต้ร่มเงาแห่งความยิ่งใหญ่คับโลกเหล่านี้

"เวลาพวกเขาเห็นผม พวกเขาจะนึกถึงพ่อผม" ลูกชายของ ร็อคกี้ บาลบัว เคยกล่าวเอาไว้ในหนังภาคต่อที่สร้างชื่อให้ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน เมื่อปี 2006 ที่พูดถึงการเกิดเป็นลูกชายของ 1 ในตำนานนักชกที่ดีที่สุดตลอดกาล -- แน่นอนว่านั่นเป็นเรื่องราวสมมุติ แต่เราก็เคยเห็นคนในแบบฉบับลูกของ ร็อคกี้ มากมายในโลกความจริง และในทุกๆ แวดวงอาชีพ

ครั้งหนึ่งหนุ่มน้อยนามว่า นิโคลัส คิม คอปโปล่า หลานชายของ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า พยายามอย่างยิ่งยวดในการที่จะหลุดพ้นร่มเงาของอดีตสุดยอดผู้กำกับที่เคยสร้างผลงานอภิมหาอมตะ The God father เอาไว้ตั้งแต่ในช่วงยุคทศวรรษที่ 70 จนมันทำให้เขาถึงขั้นตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ

เราจึงได้รู้จักนักแสดงดาวค้างฟ้าอันมีนามว่า นิโคลัส เคจ กันในวันนี้ 

แคสเปอร์ และ จอร์ดี้ ยังไม่ทันจะขยับอะไรเลยด้วยซ้ำ พวกเขาถูกตั้งคำถามและความคาดหวังถาโถมเข้าใส่ตั้งแต่เกิด ทั้ง 2 เลือกตัดสินใจเดินตามเส้นทางอาชีพที่คุณพ่อเป็นคนแผ้วทางเอาไว้ ซึ่งทำให้เกิดข้อครหาตามเข้ามาทันทีถึงการเป็น "เด็กเส้น" หวังได้ดีเพราะบุญบารมีของผู้บังเกิดเกล้า

หากว่ากันตามสถิติแล้ว เราต้องยอมรับความจริงส่วนหนึ่งว่าลูกไม้ที่หล่นไม่ไกลต้น คนที่ทำได้เพอร์เฟ็คในระดับเดียวกับ "ยอดคุณพ่อแข้งเวิลด์คลาสส์" นั้นมีเปอร์เซ็นต์ของความเป็นไปได้ที่น้อยมาก จนเหมือนจะแค่มีตระกูล มัลดินี่ อยู่เพียงตระกูลเดียวเท่านั้น ตามมาด้วย ติอาโก้ อัลกานตาร่า ที่ระดับความสุดยอดนั้นเบียดๆ กับคุณพ่อ มาซินโญ่ อดีตแข้ง บราซิล ชุดแชมป์โลก 94 

ที่เหลือส่วนใหญ่ แค่อยู่ในระดับโอเค ถ้ามองในแง่ของระดับความสามารถและปริมาณความสำเร็จ อาทิเช่น เปเป้ เรน่า , ชา ดู รี , ดาลี่ย์ บลินท์ , พี่น้อง อายิว หรือ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน

เส้นทางของ จอร์ดี้ ครัฟฟ์ ในฐานะพ่อค้าแข้งนั้นจบบริบูรณ์ไปแล้ว เขาผ่านการพิสูจน์ฝีเท้ากับ บาร์เซโลน่า ชุดใหญ่ 54 เกม ทำ 11 ประตู และได้ย้ายมาเป็นตัวสำรองกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุครุ่งเรือง , ติดทีมชาติฮอลแลนด์ 9 นัด และได้ไปลุย ยูโร 96 จริงๆ แล้วนั่นก็ไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับนักฟุตบอลคนหนึ่ง แต่แน่นอนล่ะว่านั่นย่อมไม่มีอะไรเทียบกับคุณพ่อได้

สำหรับหลายๆ คน การได้ประกอบอาชีพเป็นนักฟุตบอล หาเลี้ยงตัวเองได้ มีชื่อติดทีมชาติเป็นครั้งครา ได้โอกาสผ่านช่วงเวลาค้าแข้งในลีกชั้นนำบ้าง เพียงแค่นั้นมันก็เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จเอามากๆ แล้ว ซึ่งคนอย่าง จอร์ดี้ , แคสเปอร์ และอีกหลายๆ คนก็แบบความคาดหวังก้าวขึ้นมาได้อย่างน่ายกย่อง แต่มันดูจะไม่พอสำหรับแฟนๆ และกูรูหลายคน  

แคสเปอร์ เริ่มต้นกับการเป็นเด็กฝึก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมด้วยสายตาที่จับจ้องมานับไม่ถ้วน และก็เหมือนจะก้าวขึ้นมายึดมือ 1 ได้ในฤดูกาล 2007-2008 แต่สุดท้ายก็ต้องเสียท่าให้กับคนที่เก่งกว่าอย่าง โจ ฮาร์ท จนโดนยึดตำแหน่งแบบถาวรในเวลาต่อมา หลังจากนั้นชีวิตของ "ชไมเคิ่ลน้อย" ต้องเป๋ไปพักใหญ่ๆ กับการโลดแล่นไปเฝ้าเสาในลีกรองของ อังกฤษ ลามไปถึง สกอตแลนด์

กว่าจะรู้เดียงสา กลับมาตั้งหลักได้ ก็ตอนอยู่ น็อตต์ เคาน์ตี้ ในลีก ทู เมื่อปี 2009 ภายใต้การดูแลของเจ้านายเก่า สเวน โกรัน อีริคส์สัน ต่อเนื่องด้วยการขยับขึ้นมารับใช้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ใน เดอะ แชมเปี้ยนส์ชิพ ตามด้วย เลสเตอร์ ชุดเลื่อนชั้นคัมแบ็คลีกสูงสุด 

เราทุกคนก็รูู้ว่า แคสเปอร์ ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพได้อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อการแข่งขันซีซั่นก่อน กับการพา "สุนัขจิ้งจอก" สร้างตำนานเทพนิยายคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซึ่งจริงๆ ตรงจุดนี้ก็มองได้ว่าคล้ายคลึงกับ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ที่เคยพา เดนมาร์ก ชุด เดนิช ไดนาไมท์ คว้าแชมป์ ยูโร 92 แบบช๊อคโลก แต่ถึงกระนั้น มันก็ยังดูจะไม่มีใครให้เครดิตกับ แคสเปอร์ ในเรื่องของฝีไม้ลายมือมากนัก ผู้รักษาประตูจอมหนึบ ค่าเฉลี่ยบินเซฟกระจาย ยังคงไม่ใช่ภาพลักษณ์ของเขาเหมือนอย่าง "ยักษ์เดน"

พวกเราส่วนใหญ่เคยคิดว่า แคสเปอร์ ก็น่าจะเก่งได้แค่ประมาณนี้มาตลอด....จนกระทั่งมาเจอโมเม้นต์อันน่าเหลือเชื่อในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้           

การเซฟ 2 จุดโทษใน 2 เลคที่เจอ เซบีย่า มินับรวมถึงการป้องกันในเกม โอเพ่น เพลย์ ปกติ , ต่อเนื่องมาถึงเกมลีกนัดล่าสุด ที่กางมือระวิงเป็นปลาหมึกจนพา "เดอะ ฟ๊อกซ์" เก็บ 3 แต้มเหนือ เวสต์แฮมป์ ไปได้ด้วยสไตล์ระทึกขวัญที่สุด พร้อมขยับอันดับของทีมขึ้นมาอยู่เหนือโซนตกชั้น 6 คะแนน ได้หายใจหายคอโล่งกันสักหน่อย

จังหวะวินาทีสุดท้ายที่วิ่งกางแขนกางขาออกมาเซฟลูกหลุดเดี่ยวของ แอนดี้ คาร์โรลล์ ได้อย่างเหลือเชื่อ เป็นอะไรที่น่าขนลุกอยู่พอตัว -- ใครบางคนถึงขั้นบอกว่านั่นคือสกิลการปิดมุมยิงขยายร่างให้ใหญ่เบิ้มในแบบเดียวกับที่คุณพ่อของเขาเคยทำเด๊ะ! และมันเกิดขึ้นในช่วงขวบวัย 30 ปี 

มันอาจเป็นแค่ช่วงท๊อปฟอร์มแป๊ปเดียว , บางที แคสเปอร์ อาจกำลังผีเข้า , บางทีเราอาจยังไม่รู้ว่าเขาจะก้าวขึ้นไปถึงขั้นเทียบชั้นกับ ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ได้หรือไม่ ? บางทีข่าวที่พัวพันกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด อาจเป็นเพียงแค่ข่าวลือ

แต่สิ่งหนึ่งที่จริงแท้และแน่นอนในวันนี้ก็คือ......แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล เก่งกาจกว่าที่พวกเราหลายๆ คนปรามาสเอาไว้มากนักครับ

"ยอดฝั๋น"  
 

บทความอื่นๆ ของ "ยอดขวัญ"
ทันเดทไลน์ by ยอดฝั๋น
ข้าคือ จอห์น เทอร์รี่! เด็กนั่งโถส้วมที่กลายเป็นตำ...
ทันเดทไลน์ by ยอดฝั๋น
ชัยชนะเหนือ แบ็คกี้ส์ อันแสนยิ่งใหญ่
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น
v