ผลเสมอน่าหงุดหงิด แต่ ลิเวอร์พูล ยังไม่ตกรอบ

​เอฟเอ คัพ ศึกที่ขึ้นชื่อเรื่องของการเป็น แจ็ค ผู้ฆ่ายักษ์ ​สวอนซี ซิตี้, บอร์นมัธ, เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน, เอฟเวอร์ตัน และ สโต๊ค ซิตี้ นี่คือเหล่าทีมจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ต้องกระเด็นตกรอบตั้งแต่ไก่โห่

ส่วน เชลซี, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซน่อล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่างกรุยทางสู่รอบ 4 เอฟเอ คัพ ตามคาด

มีเพียง ลิเวอร์พูล ที่ทำได้เพียงเสมอกับ พลีมัธ ทีมจาก ลีก ทู 0-0

แต่ประหนึ่งราวกับว่าพวกเขากระเด็นตกรอบไปแล้ว (วัดได้จากเสียงนก เสียงกา ที่ดังแซ่ซ้องไปทั่วโลกโซเชียล)

จริงอยู่ การเสมอกับ พลีมัธ เป็นเรื่องน่าอายในระดับหนึ่งของ ลิเวอร์พูล เพราะพวกเขาคือดีกรีรองจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก เหนือกว่า พลีมัธ ถึง 4 ดิวิชั่น ถึง 68 อันดับ

และการส่งเด็กดาวรุ่งที่เป็นชุดเด็กสุดในประวัติศาสตร์สโมสร ลงสนามด้วยค่าเฉลี่ย 21 ปี 296 วัน ก็คงไม่ใช่ข้ออ้างที่จะเอาไว้ใช้แก้ตัวในนัดนี้

การสตาร์ทตัวจริงด้วยนักเตะที่เด็กที่สุดในประวัติศาสตร์

ทั้ง 90 นาที ลิเวอร์พูล มีการครอบครองบอลได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ปูพรมบุกเข้าใส่อยู่ฝ่ายเดียว และคงชนะแบบขาดลอยหากวัดแค่เรื่องของการคอร์เนอร์

แต่ "หงส์แดง" ดีแต่ป้อ ..

ลิเวอร์พูล ทำได้หวาดเสียวแค่ลูกครอสจากด้านข้าง หรือไม่ก็ยิงไกล เท่านั้น เนื่องจาก พลีมัธ ลงไปตั้งรับอยู่ในกรอบทั้ง 11 คน ถ้าจะให้ลึกกว่านี้ ก็คงต้องไปนั่งกอดคออยู่กับแฟนบอลหลังประตูแล้วล่ะ

ส่วนหนึ่งที่เจาะไม่เข้า ก็ต้องให้เครดิตกับ พลีมัธ ไปเต็มๆ พวกเขามาเล่นแบบเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ไม่เสียประตูไว้ก่อน เพื่อยื้อไปเล่นรีเพลย์นัด 2 อย่างน้อยๆ เงินเข้ากระเป๋าสโมสรมหาศาล

ซึ่งพวกเขาก็ทำได้ กลายเป็นโยนภาระโปรแกรมที่แน่นขึ้นให้กับ ลิเวอร์พูล (รีเพลย์นัด 2 วันที่ 18 ม.ค.)

แต่การเสมอกับ พลีมัธ 0-0 ในบ้าน มันน่าอายจนต้องอยากมุดดินหนีเลยเหรอ ??

ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ..

เจอร์เก้น คล็อปป์ แสดงให้เห็นถึงความจริงบางอย่างว่า เอฟเอ คัพ ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับ "หงส์แดง" ในเวลานี้ เพราะเป้าหมายสำคัญกำลังรอพวกเขาอยู่ในอีก 2 นัดข้างหน้า

ในเมื่อนักเตะมีจำนวนจำกัด การพักตัวหลักเพื่อเป้าหมายหลักก็เป็นเรื่องธรรมดา

ศึก "อีเอฟแอล คัพ" คงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเป็นโทรฟี่ ที่ ลิเวอร์พูล สามารถเอื้อมถึงในเวลานี้ พวกเขาผ่านมาถึงรอบตัดเชือกอีกครั้ง และมีคิวบุกไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน คู่แข่งก่อน ในวันพุธที่ 11 ม.ค.

ขณะที่เกมลีก ลิเวอร์พูล มีความหวังมากกว่าฤดูกาลก่อนๆ หลังขึ้นมาอยู่รองจ่าฝูง ตามหลัง เชลซี อันดับ 1 อยู่ 5 คะแนน ดังนั้นการบุกไปเยือน "โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด" รังเหย้า แมนฯ ยูไนเต็ด คู่อริตลอดกาล วันที่ 15 ม.ค. ก็ไม่ควรกลับบ้านแบบมือเปล่า .. 

การพักผู้เล่นตัวหลักเพื่อเกมใหญ่ในสัปดาห์หน้าถือว่าทำถูกต้องแล้ว

ดังนั้นหากมองภาพโดยรวมแล้ว การตัดสินใจส่งเด็กดาวรุ่งลงสนาม ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายใหญ่โต คุณอาจจะหงุดหงิดกับผลการแข่งขัน แต่อย่างน้อยก็เป็นการหลีกเลี่ยงให้นักเตะตัวหลัก พ้นภัญยจากอาการบาดเจ็บ และได้พร้อมรบตบตีกับอีก 2 นัดต่อจากนี้

และความจริงที่ว่าคือ ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้ตกรอบ แค่ยืดไปเวลาไปให้พวกทีมอื่นตามแข่งแค่นั้นเอง

- ฮายฮาวดี้ -

บทความอื่นๆ ของ Wiriyanuntakul
ซอคเกอร์ลิซึ่ม
ย้อนรอย 3 คดีล้มบอลช็อกโลก
ซอคเกอร์ลิซึ่ม
ไม่เห็นแวว มอยส์
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น