เมื่อ มูรินโญ่ หันมาเริ่มยิ้ม แต่ คล็อปป์ เริ่มทำหน้าเครียด

สถานการณ์เกมลีก ณ เวลานี้ เป็นช่วงที่ถูกกด Pause ไว้ชั่วคราวนะครับ -- บ้างก็อาจจะดีสำหรับบางทีม หากแต่บางทีมอาจบอกว่าช่วงนี้อยากลงหวดซัดยาวต่อเนื่องมากกว่า เนื่องด้วยฟอร์มที่กำลังติดเครื่องแบบร้อนฉ่า อาทิเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น!

ถ้าย้อนเวลากลับไปแถวๆ ช่วงต้นซีซั่น โชเซ่ มูรินโญ่ ดูจะมีอารมณ์แปรปรวนขึ้นๆ ลงๆ ขี้เหวี่ยงขี้วีนสุดๆ ซึ่งเป็นอาการที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงที่เจ้าตัวจ่อเก้าอี้หักกับ เชลซี เมื่อฤดูกาลก่อน ประกอบไปด้วยการไล่ชี้หน้าด่าผู้ตัดสิน , โดนแบน และตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับสื่อแดน "ผู้ดี" อย่างเถรตรงชัดแจ้ง

ในห้วงเวลาเดียวกันนี้ คือช่วงเวลาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งจะเข้ามาแนะนำตัวเองที่ อังกฤษ กับสโมสร ลิเวอร์พูล ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มโชว์ฟันครบ 32 ซี่ หยอกล้อกับผู้สื่อข่าวเรียกเสียงหัวเราะสนุกสนาน ใครๆ ต่างก็พูดว่า "เดอะ นอร์มอล วัน" เป็นกันเองกับสื่อเหลือเกิน และดูจะหล่นปากให้สัมภาษณ์อะไรก็ถูกต้องฟังดูเข้าทีไปเสียหมด

กลับมาที่เหตุการณ์ ณ ปัจจุบัน สถานการณ์หลายๆ อย่างมีความเปลี่ยนแปลงไปในแบบที่หลายๆ คนอาจไม่ทันได้สังเกตรู้ตัว....ผลงานของ "ปีศาจแดง" ค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาจากหลุมดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 4-5 เกมหลังสุด ที่คว้าได้ทั้งผลการแข่งขันและฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจวัยโจ๋ เราได้เห็น แมนฯ ยู ที่เน้นเกมรุกแบบเต็มสูบในแบบที่อาจไม่ค่อยมีใครคาดหวังจากกุนซือผู้ยึดเกมรับเป็นชีวิตจิตใจอย่าง "จ่ามู" สักเท่าไหร่

แต่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าชัยชนะและฟอร์มการเล่น! นั่นก็คือบรรยากาศภายในทีม "ผีแดง" และรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ มูรินโญ่ ซึ่งเคยเป็นสิ่งที่หายากยิ่งในช่วง 1-2 ปีหลังสุด มันคล้ายๆ กับว่ากุนซือชาวโปรตุกีส ได้กลับมาเอ็นจอยและมีพลังในการทำงานเหมือนกับช่วงเริ่มต้นอาชีพใหม่ๆ อีกครั้ง 

นั่นคือสิ่งที่สามารถวิเคราะห์ได้คร่าวๆ ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุดนี้ ยังมีทีเด็ดพร้อมเอาออกมาโชว์อีกเยอะ และมีแนวโน้มจะทำได้ดีขึ้นกว่านี้

ในทางกลับกัน -- สโมสร ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ เจอร์เก้น คล็อปป์ หากเรามองกันเผินๆ อันที่จริงแล้วก็นับว่าไม่ได้มีเรื่องเสียหายอะไร พวกเขาคือทีมอันดับ 2 ของตาราง , สถิติกระซวกประตูถล่มทลาย และบีบช่องว่างเข้าใกล้ เชลซี มามากขึ้นที่ 5 แต้ม "แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปนั่นคือ เจอร์เก้น คล็อปป์" ต่างหาก

เราไม่ได้พูดถึงความหลักแหลมในการวางแท็คติก แต่เราพูดถึงทัศนคติของเขาที่มีต่อสื่อแดน "ผู้ดี" ที่เปลี่ยนไป หรือพูดภาษาชาวบ้านง่ายๆ ว่า คล็อปป์ ดูจะเริ่มเกลียดนักข่าวอังกฤษ มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดในทุกๆ ครั้งที่ตอบคำถามผ่านกล้อง เขาดูจะหงุดหงิด, ต่อล้อต่อเถียง ตอบโต้ด้วยท่าทีจิกกัด และยิ้มน้อยลงกว่าเดิมเยอะ

มองกันแบบเห็นใจ มันก็คงไม่แปลกที่ คล็อปป์ จะรู้สึกแบบนี้ เพราะเชื่อเหลือเกินว่ามันก็เป็นสิ่งที่กุนซือคนอื่นๆ ใน พรีเมียร์ลีก คงจะรู้สึกเอือมระอานักข่าวของประเทศนี้คล้ายๆ กัน โดยเฉพาะผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนจนตัวเปื่อยอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ และ มูรินโญ่ แต่คำถามตอนนี้ก็คือ คล็อปป์ จะรับมือกับความกดดันจากสื่อพวกนี้ได้มากแค่ไหน

เขาจะยังจะต้องโดนยิงคำถามเพลียๆ อย่างนี้ไปอีกเยอะ และจะต้องทนตอบทนหงุดหงิดเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่เหมือนกับตอนที่ทำงานใน เยอรมัน ซึ่งได้เจอกับสื่อที่มีวิจารณญาณและการแลกเปลี่ยนทัศนะที่เป็นเหตุเป็นผล -- ที่ผ่านมาเขาพยายามชี้แจงทำความเข้าใจกับนักข่าว พยายามเปลี่ยนแปลงให้ทุกอย่างดีขึ้น หากแต่นิสัยการตั้งคำถามหาประเด็นของนักข่าว อังกฤษ เป็นสิ่งที่เหมือนถูกฝังลึกลงไปใน DNA แล้วเรียบร้อย และคงจะไม่สามารถเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ

เมื่อนักข่าวไม่เปลี่ยน เมื่อสิ่งแวดล้อมความกดดันยังคงเหมือนเดิม เราก็คงต้องรอดูกันต่อว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะรับมือกับมันอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงผลงานและบรรยากาศภายในทีมหรือไม่

มันคือบทพิสูจน์นอกสนามอีก 1 อย่างของ พรีเมียร์ลีก ซึ่งไม่สามารถหาได้เหมือนจากที่อื่นครับ 

"ยอดฝั๋น"             

บทความอื่นๆ ของ "ยอดขวัญ"
ทันเดทไลน์ by ยอดฝั๋น
2 ปรัชญา หงส์ ที่”กำลัง”เลือนหายไป
ทันเดทไลน์ by ยอดฝั๋น
เวนเกอร์ ควรจะโดนด่าให้มันปาก
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น