อินโทร เดอะ เกมส์ : EP 8 : ตลาดเปิดพร้อมครึ่งฤดูกาลหลัง

เอาจริงมันเป็นเวลาแค่ 10 วันเองนะครับ ที่เราต้องดูแต่ฟุตบอลอังกฤษลงตะบันแข้งกัน หลังผ่านวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา จนมาถึงวันที่ 2 มกราคม เราก็ได้ดูเกมลีกอื่นบ้างเช่นฟุตบอลถ้วย โกลปา เดล เรย์ ของ สเปน ที่ดำเนินมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรกกันแล้ว ก็เท่ากับว่าช่วงปลายปีคาบเกี่ยวข้ามสู่ปีใหม่ของฤดูกาล 2016/2017 นี้ ไม่ค่อยเงียบเหงาสักเท่าใด

และในสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ บรรดาลีกใหญ่อีกหลายลีกก็จะกลับมาลงทำการแข่งขันกันแล้ว เพราะฉะนั้นข้อสรุปของเบรคหนีหนาวที่ผ่านมาก็คือเราก็ไม่ได้เหงากันสักเท่าใดนัก แม้ผลบอลมันจะดีบ้าง ไม่ดีบ้าง เป็นดั่งใจบ้าง ไม่เป็นดั่งใจบ้าง ก็เป็นไปตามวิถีของโลกลูกหนังนั่นเอง

ช่วงนี้ตลาดซื้อ-ขายนักเตะของยุโรปเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อย แต่เอาจริงๆที่สร้างกระแสฮือฮาได้อยู่เนืองๆ คือลีกจากเอเชียอย่าง จีน ที่หลายๆสโมสรในลีกแดนมังกรทุ่มเงินมหาศาลกว้านซื้อนักเตะในลีกยุโรปไปประดับลีกมากมาย แต่ถ้าจะสังเกตกันจริงๆจีนไม่ได้เพิ่งจะมาบูมลีกของเขาในปีนี้นะครับ เราเห็นสัญญานเหล่านี้มาตั้งแต่เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาแล้ว เอาง่ายๆภายในปีที่แล้วแค่ปีเดียว จีน ทำลายสถิติเพดานค่าตัวนักเตะของลีกตัวเองไปแล้วถึง 5 ครั้ง และยังมีวี่แววว่าอาจจะเกิดขึ้นอีกในปีนี้ แต่จะถึง 5 ครั้งเหมือนปีที่ผ่านมาหรือเปล่ายังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกัน หลายคนคิดไปต่างๆนานาว่า จีนนั้นฟอกเงินบ้างล่ะ รวยไม่จริงบ้างล่ะ หรือแค่ต้องการชิงพื้นที่สื่อมาไว้บ้างล่ะ แต่สำหรับความคิดผมนะ จีนรวยจริงครับ มีทรัพยากรและเงินอย่างที่ประกาศตัวกันออกมาจริง อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ยิ่งทำให้แต่ละทีมที่มีเงินทุนในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ยิ่งฮึกเหิมและไม่เกรงกลัวต่อการผิดพลาดทางการเงินที่อาจจะเกิดขึ้นก็ได้ในอนาคตข้างหน้า อย่าลืมนะครับว่ากฎควบคุมการเงินหรือ "เอฟเอฟเอฟ" มีใช้แค่ในลีกยุโรปเท่านั้น ไม่มีในเอเชีย แม้มีรายงานว่าฝ่ายจัดการแข่งขันของลีกจีนเตรียมออกมาตรการควบคุมเรื่องการเงินในคราวนี้ แต่เชื่อเถอะครับว่ามันยังจะมีให้เห็นอีกแน่นอน กับการทุ่มซื้อนักเตะแบบอลังการดาวล้านดวงแบบที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

ส่วนในลีกยุโรปยังถือว่ากระปริบกระปรอยย้ายเยอะสุดน่าจะเป็น เซเรีย อา ที่เป็นการย้ายระหว่างทีมในลีกกันเอง หรือการครอบครองสิทธิ์การเป็นเจ้าของนักเตะแบบเต็มรูปแบบ หลังจากก่อนนี้ได้ครองสิทธิ์เพียงแค่ครึ่งเดียว ส่วนในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีขยับบ้างในทีมเล็กและทีมกลางๆ เช่น ฮัลล์ ซิตี้ เปลี่ยนกุนซือเป็น มาร์โก ซิลวา หรือ สวอนซี ซิตี้ ตั้ง พอล คลีเมนท์ เป็นกุนซือ ถ้าเป็นข่าวนักเตะก็จะมีอย่างการคว้าตัว รูดี้ เกสเตเด้ กองหน้าจาก แอสตัน วิลล่า มาอยู่กับ มิดเดิ้ลสโบรซ์ หรือที่กำลังจะสิ้นสุดในเร็ววันนี้คือ มอร์กกาน ชไนเดอลิน ที่จะย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปอยู่ เอฟเวอร์ตัน แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะย้ายแบบยืมตัวหรือซื้อขาดไปเลย ที่แน่ๆยังไม่มีดีลใหญ่ให้เห็น ยังไม่มีดีลไหนน่าสนใจ และหากเป็นไปตามที่ผมคาดการณ์ไว้ ตลาดหน้าหนาวของยุโรปในฤดูกาลนี้น่าจะไม่ได้คึกคักมากมายอะไรนัก ยกเว้นแต่ลีกเศรษฐีอย่าง จีน จะมาฉกตัวแข้งในลีกยุโรปไปเท่านั้นถึงพอจะดูหวือหวาขึ้นมาบ้าง เพราะแต่ละทีมก็มีงบจำกัดจำเขี่ยพอสมควร จากสภาวะเศรษฐกิจโลก และความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกหลายๆอย่างในแต่ละแง่มุม

หากจะพูดถึงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ว่ามีอะไรให้ติดตามกันบ้าง แน่นอนว่าลีก อังกฤษ ที่เตะกันมาอย่างต่อเนื่องยังคงมีความน่าสนใจอยู่เช่นเดิม แต่สุดสัปดาห์นี้จะเป็นเกมการแข่งขันฟุตบอลถ้วย เอฟเอ คัพ ซึ่งเมื่อมาถึงรอบที่ 3 ทีมจากลีกสูงสุดหรือพรีเมียร์ลีก ก็จะมีคิวลงทำการแข่งขัน อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ อาร์เซน่อล ให้คำจำกัดความถ้วยเอฟเอ คัพ ว่า "ทุกคนยอมตายได้เพื่อคว้าถ้วยใบนี้" แน่นอนมันคือเกมสำคัญของทุกทีมที่ได้ลงเล่นในรอบนี้ ทั้งทีมจากลีกรองที่ดิ้นรนผ่านมาได้ถึงรอบนี้ และทีมจากพรีเมียร์ลีกที่ได้เวลาลงทำการแข่งขันเสียที คู่ที่น่าจับตาในรอบนี้มีตั้งแต่เกม "โค้ชใหม่ ปะทะ โค้ชใหม่" การคุมทีมนัดแรกของ ซิลวา กับ ฮัลล์ ซิตี้ และนัดแรกของ พอล คลีเมนท์ กับ สวอนซี ซิตี้ มีอันต้องมาเจอกันเป็นงานแรกของทั้งคู่ในเกมบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดของโลกรายการนี้ ถ้ายังจำกันได้ "เดอะ ไทเกอร์" ถือเป็นทีมที่ได้โอกาสเข้ารอบลึกของรายการนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผิดกับ "หงส์ขาว" ที่มักม่อยกระรอกแต่รอบต้นๆเช่นนี้ แต่วันเวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน ผลการแข่งขันก็อาจจะเปลี่ยนเช่นกัน

ยังมีอีกหลายคู่ที่น่าสนใจใน เอฟเอ คัพ รอบ 3 นี้ เช่น เอฟเวอร์ตัน พบ เลสเตอร์ ซิตี้ นี่ก็ถือเป็นเกมใหญ่ของ 2 ทีมระดับมีชื่อในลีก ด้าน "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เพิ่งจะแพ้เกมเดียวในบ้าน เจอกับ "จิ้งจอกสีน้ำเงิน" ที่ออกนอกบ้านฤดูกาลนี้เป๋ซ่ายเป๋ขวาไม่น่าชื่นชมสักเท่าใด ต้องดูว่า "ทิงเกอร์แมน" เคลาดิโอ รานิเอรี่ จะมี "จุดกลับตัว" ในฤดูกาลนี้ของตัวเองหรือไม่ แต่ที่สบายใจได้คือเหล่าทีมใหญ่ทั้งหลาย ที่ผลจับสลากดูจะเป็นใจเหลือเกินในรอบนี้ เพราะเจอแต่ทีมเล็กกว่าหรือเป็นรองกว่าทั้งหมดเลย ทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พบกับ เร้ดดิ้ง หรือเกมระหว่าง อาร์เซน่อล พบ เปรสตัน นอร์ธ เอนด์, เชลซี พบ ปีเตอร์โบโร่ และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่พบกับ แอสตัน วิลล่า ซึ่งถ้าวัดกันตามมาตรฐานควรจะต้องผ่านไปให้ได้ แต่อย่างว่าบอลน็อคเอ้าท์ แข่งแบบนัดเดียวจอด น่าสนใจกว่าคือ เซอร์ไพรซ์จะไปโผล่ที่สนามไหนแค่นั้นเอง

เซเรีย อา อิตาลี ก็จะกลับมาลงทำการแข่งขันแล้วเช่นเดียวกันในสุดสัปดาห์นี้ เกมใหญ่ที่สุดต้องโฟกัสไปที่ "กริฟโฟเน่" เจนัว ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ อาแอส โรม่า เจ้าบ้านลุ่มๆดอนๆมากในครึ่งฤดูกาลแรกที่ผ่านมา ส่วน "หมาป่าโรม" เหนือกว่าในเรื่องศักยภาพผู้เล่นแน่นอน แต่จะดีพอถึงขั้นไล่อัดคาบ้านได้หรือไม่ ยังต้องติดตาม ที่สำคัญมันจะส่งผลไปถึง "ม้าลาย" ยูเวนตุส ที่จะได้เล่นในรับการมาเยือนของ โบโลญญ่า และ เอซี มิลาน ที่มีคิวเปิดบ้านพบ กายารี่ ซึ่งทั้ง 2 ทีมเจองานที่เบากว่าแถมได้เฝ้ารัง และก็คอยไล่แช่งให้ โรม่า สะดุดด้วยน้ำมือ เจนัว ให้ได้ ส่วนคู่ใหญ่อีกคู่ถ้าหากพูดกันแค่เรื่องชื่อชั้นของทีมก็ต้องยกไปให้กับเกมระหว่าง นาโปลี เปิดรัง ซาน เปาโล รับการมาเยือนของ ซามพ์โดเรีย ถ้าแค่ชื่ออย่างเดียวบอกเลยว่าคู่นี้ "โคตรใหญ่" แต่ถ้านับเอาสถานการณ์ปัจจุบัน "อัซซูร่า" ยังเหนือกว่าพอตัวทีเดียว

ลา ลีกา สเปน ก็ไม่น้อยหน้า กลับมาลงเตะเกมแรกหลังเบรคหนีหนาวกันในสุดสัปดาห์นี้เช่นกัน ถ้าจะให้หรรษาเลยต้องไปรอดูเกมที่สนาม อาโนเอต้า เพราะ เรอัล โซเซียดาด ทีมที่เล่นโคตรดีในบ้านจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เซบีย่า ทีมใหญ่ที่เล่นโคตรแย่นอกบ้าน แม้ช่วงหลังๆจะเริ่มมีชัยชนะบ้างแล้ว แต่อยากเห็นเหลือเกินว่า ฮอร์เก้ ซามเปาลี จะวางหมากมารับมือเจ้าบ้านที่เล่นเกมบุกแบบระห่ำอย่างไร และอีกหนึ่งเกมใหญ่ที่พลาดไม่ได้ เมื่อ "เรือดำน้ำสีเหลือง" มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า ทีมเยือนกระแสแฟนบอลเป็นลบมากขึ้นเรื่อยๆ ถูกทำนายถึงขั้นว่าซีซั่นนี้อาจจบฤดูกาลด้วยการไม่คว้าความสำเร็จใดได้เลย อย่างเกมล่าสุดก็เพิ่งบุกแพ้ แอธเลติก บิลเบา ในศึก โกลปา เดล เรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก แบบคู่แข่งเหลือแค่ 9 ตัวช่วงท้ายเกม ส่วนเจ้าบ้านมีแผ่วไปพัก แต่ตอนนี้เหมือนจะกลับมาตั้งลำได้ใหม่ ก็ต้องดูว่าจะแก้ลำกันยังไง เพราะสถิติการเฝ้ารังรับ "บาร์ซ่า" ก็ไม่ค่อยสู้ดีเช่นกัน

จริงๆยังมีเกม เฟร้นช์ คัพ ของ ฝรั่งเศส ด้วยนะครับ แต่ผมว่าหลายคนอาจไม่สนใจ ทีมใหญ่ยังฉะกันน้อยอยู่ เอาเป็นว่าขอกล่าวสั้นๆทิ้งท้ายไว้ "สวัสดีปีใหม่ และขอต้อนรับสู่ครึ่งฤดูกาลหลังของฤดูกาล 2016/17 ครับผม" 

บทความอื่นๆ ของ อธิคม ภูเก้าล้วน
อินโทร เดอะ เกมส์
อินโทร เดอะ เกมส์ : EP 7 : สวัสดีวันสิ้นปี
อินโทร เดอะ เกมส์
อินโทร เดอะ เกมส์ : EP 6 : แดนผู้ดีไม่มีหนีหนาว
แสดงความคิดเห็น