เด็กยักษ์ : โครงการนี้ควรหยุดพัก หรือ ไปต่อ

โครงการเด็กยักษ์ปีที่ 2 ของสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลฯกำลังจะเริ่มขึ้นใหม่แล้ว แต่ว่าหลายคนยังเกาหัวแกร๊กๆ งงว่าครั้งที่ 1 ผลเป็นอย่างไร มีเด็กสูงๆที่แววดีกี่คน แล้วระหว่างโครงการดำเนินมานั้นมีอะไรดี และ อะไรที่ไม่ดีบ้าง ทำไมข่าวมันเงียบหายไปเหลือเกิน ดังนั้นวันนี้ผมถือโอกาสที่จะสรุป พร้อมกับรวมข้อมูลที่ไปเก็บมาตลอดระยะเวลาหลายเดือนมาให้ได้ติดตามกัน

ก่อนจะไปข้อมูลเชิงลึก ขออนุญาตเล่าโครงสร้างให้ทราบคร่าวๆก่อนว่าที่มาที่ไปของโครงการนี้มีความเป็นมาอย่างไร

"เด็กยักษ์" เป็นชื่อเล่นของโครงการ ส่วนชื่อจริงนั้นคือ "เยาวชนคนของชาติ" โปรเจคนี้สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยจัดขึ้นเพราะพอที่จะมีงบประมาณมาแก้ไขปัญหาที่หลายคนรู้กันเป็นอย่างดีว่า "วอลเลย์บอลไทยไร้คนสูงยาวเข่าดี"

จากนั้นได้มีการตั้งเกณฑ์ขึ้นว่าเด็กที่เข้ามานั้นต้องมีอายุประมาณไหน สูงไม่น้อยกว่าเท่าไหร่ ( ชายอายุไม่เกิน 15 ปี สูง 188 cmขึ้นไป อายุเกิน 15 ปี สูง 190 cmขึ้นไป , หญิงอายุไม่เกิน 15 ปี สูง 178 cmขึ้นไป อายุเกิน 15 ปี สูง 180 cmขึ้นไป )

เมื่อประกาศออกไปช่วงเดือนมกราคมก็มีเด็กมาคัดเลือกตัวเป็นจำนวนมากทั้งประเภทชายและหญิง รวมๆแล้วก็เกือบ 50 คน

คราวนี้ก็เข้าสู่กระบวนการทดสอบสภาพ และ ตรวจร่างกายเพื่อบันทึกค่ากายภาพ-ทักษะของเด็ก โดยมีทีมวิทยาศาสตร์การกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทยเข้ามาเก็บข้อมูลทุกอย่างเอาอย่างเอาไว้

ที่สำคัญสุด...นักกีฬาที่เข้าสู่โครงการนี้สมาคมฯจะมีค่าใช้จ่ายให้อย่างชัดเจน และ มีการเซ็นสัญญาเป็นข้อตกลงเอาไว้ทั้งหมด เชื่อว่าใครอ่านมาถึงประโยคนี้่อาจจะมีคำถามเกิดขึ้น "จ่ายเท่าไร" 

ค่าใช้จ่ายที่สมาคมฯดูแลนั้นแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 
1.ให้โค้ชที่ดูแลนักกีฬาต่อเดือน 9,000 บาท ( ถ้ามีเด็กในโครงการ 3 คนก็ให้ 9,000บาท )
2.ให้นักกีฬาต่อเดือน 6,000 บาท
3.ให้ผู้ปกครองต่อเดือน 3,000 บาท 
สรุปรวมเด็ก 1 คนจะมีค่าใช้จ่ายที่สมาคมฯให้ 18,000 บาท ( ถ้าเด็ก 50 คน ก็ 9 แสนบาท ต่อเดือน   )

เงินพวกนี้ทำไมต้องให้ ?

สาเหตุที่เงินจำนวน 18,000 บาท ได้กระจายออกเป็นส่วนๆนั้นเพราะว่าสมาคมฯต้องการให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแล เพื่อให้เด็ก 1 คนมีการพัฒนาทั้งเรื่องของร่างกาย และ ทักษะ ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนก่อนจะเข้าสู่กระบวนการต่อไป หรืออีกนัยยะหนึ่งเงินส่วนนี้เป็นการเซ็นสัญญาให้นักกีฬาเข้ามาอยู่ในการดูแลของสมาคมฯ เพราะเคยมีบางกรณีที่ทีมชาติเรียกนักกีฬามาเก็บตัว บางโรงเรียนไม่ค่อยปล่อยเพราะอ้างว่ามีการแข่งขันอยู่ ดังนั้นจึงเป็นอีกข้อที่ทำให้การเรียกตัวนั้นง่ายขึ้น เพราะเด็กที่อยู่ในโครงการนี้ก็ไม่ต่างจากการเป็นอคาเดมี่ของสมาคมฯที่มีหนังสือสัญญายืนยันชัดเจน 

วนกลับมาที่กระบวนการต่อ เมื่อครบ 3 เดือนตามระยะเวลาคัดเลือก เด็กกลุ่มนี้ก็ต้องมาแสดงออกให้เห็นว่า "ฉันมีการเปลี่ยนแปลงนะ" โดยมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก คือ ทดสอบสมรรถภาพ และ แสดงทักษะ

นักกีฬาต้องมาทดสอบร่างกายทางวิทยศาสตร์การกีฬาว่าคุณมีสุขภาพต่างๆดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ หากมีถือว่าเป็นเรื่องที่เยี่ยมยอด และ คุณมีโอกาสได้ไปต่อ 
แต่ถ้า"ไม่"ก็ต้องเปิดดูข้อตกลงในหนังสือสัญญาที่มีการระบุชัดไว้แล้วว่าหากไม่เข้าข่ายความพัฒนาก็เป็นการสิ้นสุดโครงการ

ส่วนอีกขั้นตอนคือให้นักกีฬามาแสดงความสามารถด้านปฎิบัติ พูดง่ายๆคือโชว์ทักษะต่างๆว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง โดยมีข้อมูลเก่าอ้างอิง เพื่อพิจารณาว่าใครมีสิทธิ์ที่จะอยู่ในโครงการ

 

เมื่อผ่าน 2 ขั้นตอนเรียบร้อย คณะกรรมการก็จะมาลงความเห็น โดยใช้เกณฑ์ที่กำหนดเอาไว้มาเป็นตัวตั้ง เพื่อรายงานกลับไปยังต้นสังกัดของนักกีฬาว่าใครได้ไปต่อ และ ต้องยกเลิกสัญญา

อยากจะบอกว่าตรงนี้เป็นอีกจุดอ่อนของโครงการ เพราะการจะยกเลิกสัญญาจำเป็นต้องเรียกนักกีฬา-โค้ชมาชี้แจงร่วมกัน หรือ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องให้แนวทางว่าครั้งต่อไปหากจะเข้ามาโครงการนี้ส่วนไหนต้องนำไปปรับปรุงบ้าง 

กระนั้นก็พอเข้าใจได้ว่านี่คือ"ครั้งแรก" แต่ครั้งต่อไปควรชี้แจงเพื่อให้มีแนวทางให้กับโค้ช และ นักกีฬาเพื่อการพัฒนาขีดความสามารถของตัวเอง

อีกมุมหนึ่งก็มีโค้ชที่ส่งข้อความมาเพื่อให้หาคำตอบว่าทำไมเด็กของตัวเองถึงไม่ติดและไม่ได้ไปต่อ เมื่อไปเช็คดูชื่อ และ ตรวจเอกสารขั้นต้นก็เห็นว่าร่างกายไม่มีอะไรดีขึ้น ส่วนนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะถ้าไม่มีข้อมูลจากฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬา โครงการนี้อาจจะเป็นที่พูดถึง และ เคลือบแคลงใจไม่น้อย 

จนตอนนี้โครงการเดินทางมาถึงสิ้นปี และ กำลังจะมีเวอร์ชั่น 2 แล้ว จำนวนนักกีฬาที่อยู่ในโครงการเหลืออยู่ทั้งหมด 20 คน ชาย 14 หญิง 6 รายชื่อมีดังต่อไปนี้

ชาย
นายคงกฤช  เครืออินทร์   192 ซม.  18 ปี  โรงเรียนเทศบาลบ้านย่านยาว จ.พังงา
นายสุพพัต กันวิหค       189.5 ซม.  18 ปี  โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี
นายภูธเรศ สาระศาลิน     190 ซม.  18 ปี  โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี
นายสิทธิชัย พะยัคฆะ      190 ซม.  18 ปี   โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี
นายจักรวรรดิ์ สอนรัมย์    190 ซม.  17 ปี   โรงเรียนหนองกุงศรีวิทยาคาร จ.กาฬสินธุ์
นายธนาธิป โตสกุล        191 ซม.  17 ปี   โรงเรียนมักกะสันพิทยา จ.กรุงเทพมหานคร 
นายสุทธิพงศ์ หาญสุโพธิ์ 189 ซม. 17 ปี   โรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี
นายพชรพล พวงบุบผา    198 ซม. 16 ปี   โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย จ.กรุงเทพมหานคร 
นายสรนันต์ น่วมพารา    198 ซม.  16 ปี   โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย จ.กรุงเทพมหานคร 
นายธูปดิษฐ์ พระพุทธ    190 ซม.   16 ปี   โรงเรียนนวมินทราชูทิศ มัชฌิม จ.นครสวรรค์
นายวรรษกร สุวรรณคำ   193 ซม.  16 ปี   โรงเรียนท่าข้ามพิทยา จ.ชลบุรี
ด.ช.นันทวัฒน์ เกรียงเลิศ  192 ซม.  15 ปี โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย จ.กรุงเทพมหานคร
ด.ช.ชยุตม์ คงเรือง         189 ซม. 15 ปี  โรงเรียนกีฬานครนนท์วิทยา 6 จ.นนทบุรี 
ด.ช.ฤทธิชัย เป่ารัมย์       189 ซม. 14 ปี โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด

หญิง
นางสาวกานดา ทอดสนิท  179 ซม. 17 ปี โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี
นางสาวรัตติยา ศิริ             183 ซม. 18 ปี  โรงเรียนกีฬาจังหวัดอ่างทอง จ.อ่างทอง
นางสาวสมัชญา สังบุบผา   180 ซม. 17 ปี โรงเรียนอุลิตไพบูลย์ชนูปถัมภ์ จ.ชัยนาท
นางสาวอุษา โกนพิมาย      180 ซม. 17 ปี โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์
นางสาวอุสา ดาวเวิน          181 ซม. 16 ปี  โรงเรียนหนองเรือวิทยา จ.ขอนแก่น
นางสาวธนัชชา สุขสด        179 ซม. 16 ปี  โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) จ.กรุงเทพมหานคร 
ด.ญ.ฑิชากร บุญเลิศ          178 ซม. 15 ปี  โรงเรียนกีฬานครนนท์วิทยา 6 จ.นนทบุรี 


ปัญหาใหญ่ๆของโครงการนี้คือ "3 เดือนที่ปล่อยไปนั้นมันเสี่ยงดวง" ถ้าเด็กอยู่ในโรงเรียนที่มีระบบซ้อมดีก็ไม่น่าห่วง แต่ถ้ารูปแบบการซ้อมของบางโรงเรียนไม่ดี มันก็ไม่ได้ช่วยให้เด็กมีการพัฒนาเลย เพราะจากผลที่ตามดู หลายคนปลิวเพราะสมรรถภาพร่างกาย ส่วนเรื่องทักษะถ้าให้พูดตรงๆ ประเภทหญิงโคตรน่าห่วง ไม่แปลกที่จะเหลือเด็กในโครงการปีแรกแค่ 6 คน

หากอนาคตสมาคมฯไม่มีทีมงานที่คอยประสานงาน และ ตามผล โครงการนี้ในประเภทหญิงอาจจะไม่ประสบผลความสำเร็จมากนัก (ประเภทชายไม่ห่วง) ดังนั้นควรมีแบบฝึกที่ชัดเจนว่าเด็กต้องทำอย่างไรในครั้งต่อไป คล้ายๆสอนโครงสร้างเอาไว้แล้วให้เด็กมาสอบไฟน่อล โดยมีโค้ชโรงเรียนเป็นคนดูแล

เช่นเดียวกัน...โค้ชบางโรงเรียนมีเด็กสูง แต่ไม่รู้วิธีการสอนที่ถูกต้องก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะงั้นควรมีโค้ชส่วนกลางไปให้ความรู้ติดตามงานให้ใกล้ชิดขึ้น เพราะ 3 เดือนมันห่างไป มันเหมือนพาเด็กเดินเข้าร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ให้กินตามใจชอบ แล้วสุดท้ายค่อยถามว่า"อิ่มหรือป่าว" โดยไม่สนใจว่าเด็กกินอะไรลงไป ดีหรือ ไม่ดีต่อร่างกาย 

ส่วนเรื่องผลงาน เข้าใจว่าเป็นปีแรกที่เปิด มันยากที่จะแสดงผลออกมาให้คนที่ติดตามได้เห็น แต่ก็น่าชื่นชมที่สุดท้ายแล้วเด็กกลุ่มนี้ได้มาอยู่กินนอนร่วมกันในกลุ่มคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติรุ่น 18 ปีเพื่อเก็บประสบการณ์ และ ได้เรียนรู้-ฝึกฝนกับทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ชระดับชาติ เอาเข้าจริงๆที่ได้ดูก็มีอยู่ 1-2 คนที่น่าสนใจ ถ้าได้รับการพัฒนาดูแลไปเรื่อยๆ รับรองว่ามีตัวโค้งหนักๆใหญ่ๆโผล่ให้เห็นแน่ๆ

ประเภทชาย...ที่ย้ำเสมอว่าไม่น่าห่วง เพราะทุกคนเล่นเป็น ทักษะได้ รูปร่างดี มีจำนวนไม่น้อยที่ติดทีมชาติชุดนักเรียนไทย  หากอีก 2-3 ปีหน้า โค้ชทีมชาติไทยมาบ่นว่าไม่มีนักกีฬาสูงๆ ผมจะเถียงขาดใจ เพราะเด็กที่มีตอนนี้"โคตรสูง" อาจจะไม่มี 2 เมตรเยอะแยะ แต่ 190 ขึ้นก็เพียบ 

เด็กยักษ์ภาคแรก มีพื้นฐานปัญหาให้เห็นแล้ว ดังนั้นโครงการที่กำลังจะเริ่มขึ้นใหม่มีแนวทางที่รองรับเอาไว้แล้วว่าจะขจัดได้อย่างไร มันอาจจะไม่ดีขึ้น 100 เปอร์เซ็นเต็ม แต่ก็น่าจะเป็นก้าวที่ 2 ที่น่าติดตาม ชื่นชมคนทำงานเบื้องหลัง เพิ่งรู้ว่าจำนวนคนที่ทำรายละเอียด-รายงานนี้มีเพียงแค่หยิบมือเดียวเท่านั้น ( ไม่เกี่ยวกับโค้ช ) 

ครั้งหน้าตามผลบ่อยๆนะครับ มีทุกเดือนจะดีมาก เหมือนคอยตามดูผลงานของเด็กอยู่ตลอดเวลา และ ที่สำคัญจะได้มีข่าวให้คนที่ติดตามได้รู้ว่าสมาคมฯกำลังทำอะไรกับโครงการนี้อยู่ บอกตรงๆชอบนะเรื่องเด็กยักษ์ แลดูมีความหวังไงไม่รู้ สำหรับคนที่ลงทุนทุ่มเงินก้อนนี้บอกเลยว่าคุณกล้ามากๆ โคตรใจ ขอบคุณมากๆครับ ตอนนี้มันเหมือนคุณกำลังปลูกต้นไม้อยู่ วันนี้มันยังไม่เห็นผลครับ นู้นนนนนอีก 5 ปี ดอก-ผล จะมีให้เราได้ชื่นชมกัน แต่ตอนนี้ขอให้ได้บ่นก่อนเหอะ โครงการอะไรทั้งปีมีข่าว 4 ครั้ง 


เอก ประวิตร 

บทความอื่นๆ ของ เอก ประวิตร
เอก ประวิตร
Volley Talk : อย่าให้หน้าจอมือถือสว่างกว่าอนาคต
เอก ประวิตร
Volley Talk : ต้องทำตัวยังไงถึงเป็นนักกีฬาวอลเลย์บ...
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น
v