สุบรรณ พันโนน โค้ชพม่า หัวใจไทย!!

หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว คนที่ชื่นชอบในวงการหมัดมวย คงไม่มีใครไม่รู้จัก สุบรรณ พันโนน นักชกร่างเล็กจากจังหวัดขอนแก่น

 

เนื่องจาก สุบรรณ ถือเป็นยอดมวยในรุ่น ไลท์ฟลายเวท 48 ก.ก. ของไทย และได้สร้างผลงานไว้กับการแข่งขันชกมวยสากลสมัครเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แชมป์ซีเกมส์ 1 สมัย, แชมป์เอเชียนเกมส์ 1 สมัย, แชมป์เอเชีย 1 สมัย,  เหรียญเงินชิงแชมป์โลก และ 2 เหรียญทองแดงเวิลด์แชมเปี้ยนส์ชิพ ก่อนที่จะแขวนนวมอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว
 
หลังจากแขวนนวมแล้ว สุบรรณ พันโนน ก็ผันตัวไปเป็นสตาฟฟ์โค้ชให้กับขุนพลเสื้อกล้ามทีมชาติไทย ซึ่งก็ได้ฝึกสอนนักมวยไทยหลายคนให้ประสบความสำเร็จ 
 
จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ต้นปีที่ผ่านมา สมาคมมวยสากลของประเทศเมียนมาร์ ได้ส่งหนังสือมายังสมาคมมวยสากลของไทย ให้ช่วยส่งโค้ชชาวไทยไปช่วยฝึกสอนนักมวยของเมียนมาร์ ทำให้ สมาคมมวยสากลของไทย ตัดสินใจส่ง สุบรรณ พันโนน เป็นตัวแทนไปเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างวงการมวยสากลของไทยกับเมียนมาร์
 
สุบรรณ พันโนน ได้บอกว่า การไปช่วยสอนมวยให้ทีมพม่า ก็เปรียบได้ดังพี่สอนน้อง และตนเองนั้นก็ตั้งใจอย่างเต็มที่กับงานครั้งนี้
 
"ผมมีความยินดีที่ได้ไปสอยมวยและฝึกทักษะเชิงชกให้ทีมมวยของเมียนมาร์ ซึ่งการไปเป็นโค้ชครั้งนี้ ก็เสมือนพี่ไปสอนน้อง ผมคิดว่านักชกของเมียนมาร์น่าจะได้อะไรจากผมไปไม่มากก็น้อย"
 
"ผมต้องไปใช้ชีวิต กินอยู่ที่เมียนมาร์ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ทีมงานมวยสากลฯของเมียนมาร์ให้การต้อนรับผมเป็นอย่างดี"
 
 
แต่ สุบรรณ พันโนน ในวัย 37 ปี ได้เปิดเผยว่า การไปฝึกสอนนักมวยที่ประเทศเมียนมาร์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจะต้องเริ่มสอนตั้งแต่เบสิกขั้นพื้นฐานในเชิงมวยสากลสมัครเล่นให้กับนักชกเมียนมาร์ ซึ่งต่างจากการฝึกสอนนักมวยชาวไทย ที่หลายคนต่างมีเบสิกพื้นฐานติดตัวมาอยู่แล้ว
 
"ผมคิดว่านักมวยเมียนมาร์ต่างจากนักมวยไปพอสมควร เพราะนักมวยไทยมีเบสิกพื้นฐานดีอยูาก่อนแล้ว แต่นักมวยเมียนมาร์ ผมต้องไปสอนเขาตั้งแต่เบสิกขั้นพื้นฐาน"
 
"แต่ก็ใช่ว่านักมวยเมียนมาร์ไม่มีข้อดี ผมคิดว่าเขามีระเบียบวินัย และมีความขยันอดทนมาก ซึ่งพวกเขาพร้อมที่จะเปิดรับความรู้และเทคนิคใหม่ๆ มันจึงทำให้ผมทำงานง่ายเวลาฝึกสอน"
 
และในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ ในครานี้ สุบรรณ พันโนน ต้องหนักใจสุดๆ เพราะนักมวยเมียนมาร์หลายคน ถูกจับสลากประกบคู่ให้ต้องมาดวลกับนักมวยทีมไทยตั้งแต่รอบแรกๆแล้ว เขายังจะต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนเก่า และบรรดาลูกศิษย์ของตัวเองที่เคยได้ฝึกสอนเอาไว้ แต่กระนั้น สุบรรณ เองก็ยังแอบหวังว่า นักมวยเมียนมาร์ที่ตัวเองฝึกสอนมา จะคว้าเหรียญทองมาได้สัก 1 เหรียญ
 
"ก่อนมีซีเกมส์ครั้งนี้ ผมหวังที่จะพานักมวยเมียนมาร์คว้าเหรียญทอง แต่ดันโชคร้ายที่เราต้องจับสลากมาพบกับนีกมวยไทยหลายคน ซึ่งก็ต้องยอมรับตามตรงว่า นักมวยเมียนมาร์ ยังเป็นรองอยู่เยอะ"
 
"ส่วนเรื่องความกดดันที่ต้องมาสู้กับประเทศตัวเองนั้น ถามว่ามีมั้ย ก็คงต้องตอบว่ามีบ้าง แต่ทั้งนี้เราอยู่บนพื้นฐานของคำว่ามืออาชีพ และทีมมวยไทยก็เข้าใจดี ดังนั้นผมคงจะต้องทำงานให้ร้อยเปอร์เซ็นต์เวลาอยู่บนสังเวียนแข่งขัน แต่เมื่อไหร่ที่ลงจากเวทีแล้ว ผมกับทีมสตาฟฟ์และนักมวยไทย เราก็เป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม"
 
คงต้องติดตามกันต่อไปว่า นักมวยสากลสมัครเล่นของเมียนมาร์ จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนในซีเกมส์ครั้งนี้ แต่เชื่อแน่ว่า ทีมขุนพลเสื้อกล้ามไทย คงจะเจองานที่หนักขึ้น เพราะชาติคู่แข่งมีโค้ชฝีมืออย่าง สุบรรณ พันโนน เคยดูแลอยู่เบื้องหลัง
 
 
นัทนัลโด้
บทความอื่นๆ ของ macky
รอบรั้วบอลไทย
เชียงใหม่ เอฟซี จะสร้างเซอร์ไพรส์ในไทยลีกหรือไม่ ?
รอบรั้วบอลไทย
''กิเลนผยอง'' เวอร์ชั่น2019 ปรับตรงไหน ถึงจะมีลุ้น...
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น