"เดชดำรงค์" พร้อมทวงคืนบัลลังก์ ความยิ่งใหญ่

เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค ที่ช่วงหลังฟอร์มดาวน์ลงมา แต่ศึกวันแชมเปี้ยนชิพหนนี้ที่สิงคโปร์ เขาหมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะขอกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

 ก่อนที่ เดชดำรงค์ ส.อำนวยศิริโชค จะก้าวมาเป็นแชมป์โลกศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสาน เขาคือหนึ่งในนักมวยไทยระดับตำนานของประเทศไทยมาก่อน ด้วยดีกรีแชมป์สองรุ่นจากเวทีลุมพินี ประสบการณ์ขึ้นชกมวยไทยอาชีพมากกว่าสองทศวรรษ มีสถิติที่น่าทึ่งด้วยการชนะ 282 แพ้ 65 เสมอ 3

เดชดำรงค์ เล่าว่าเขาหลงรักมวยไทยตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กน้อยที่จังหวัดตรัง โดยคุณพ่อจะจับเขานั่งชมการแข่งขันทางโทรทัศน์ และนั่นคือการจุดประกายให้เขาเริ่มรู้จักวิชาศิลปะป้องกันตัวชนิดนี้

"เรามักจะไปอาศัยดูทีวีที่บ้านของเพื่อนบ้านเป็นประจำ" เดชดำรงค์กล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ONE Championship "เราต่างพูดถึงนักมวยขวัญใจของแต่ละคน และเทคนิกแม่ไม้มวยไทยสวยๆที่เกิดขึ้นบนหน้าจอ มันสร้างแรงบันดาลใจให้ผมเป็นอย่างดี"

แต่ด้วยความที่ค่อนข้างยากจน ทำให้เขาไม่มีโอกาสฝึกซ้อมในค่ายหรือสถานที่เหมาะสมนัก แต่เจ้าตัวก็ยังขวนขวายเพื่อตัวเองอย่างสุดความสามารถ

"ผมซ้อมที่บ้านนั่นแหละ ฝึกเตะกระสอบข้าวสารที่ข้างในอัดแน่นไปด้วยทราย รวมไปถึงการซ้อมที่ศาลาหมู่บ้านกับเด็กคนอื่นๆด้วยเช่นกัน" เขาย้อนความหลัง

ในที่สุด เดชดำรงค์ก็เลือกอุทิศชีวิตวัยหนุ่มของตัวเองให้กับมวยไทย เขาเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนชักชวนเพื่อนร่วมอุดมการณ์มุ่งหาหลักแหล่งเพื่อฝึกซ้อมอย่างจริงจัง จนเมื่ออายุได้ 17 ปี เขาก็ตัดสินใจย้ายเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อฝึกซ้อมสู่การเป็นนักมวยไทยอาชีพ จนได้เข้าร่วมกับค่ายมวยชื่อดังอย่าง ลูกบ้านใหญ่

"พวกเขาไม่ได้ทำกับเราเหมือนเด็กเลย เราต้องเตะกระสอบจนกว่าจะหมดแรงไปข้าง บางครั้งมันเหมือนพวกเขากำลังทำร้ายเราด้วยซ้ำ" เขากล่าว

"ช่วงเดือนแรกผมจำได้ว่าตัวเองร้องไห้ก่อนนอนทุกคืน ตอนนั้นรู้สึกผิดหวังมาก โค้ชจะให้ผมดวลกับคนที่ตัวใหญ่กว่าเสมอ ซึ่งแน่นอนว่าผมแพ้อย่างไม่เป็นท่า มันคือประสบการณ์ที่เหน็ดเหนื่อยสาหัสที่สุดในชีวิตของผมเลยแหละ" เขากล่าวต่อ

แต่การเสียสละแรงกายแรงใจของเขากลับให้ผลตอบรับที่ยิ่งใหญ่ เมื่อสุดท้ายเขาได้กลายเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ได้รับความเคารพยำเกรงมากที่สุดคนนึงของวงการ และเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด การประสบความสำเร็จมันทำให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น

"ผมคิดว่ามวยไทยให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมต้องการในชีวิต เพราะมวยไทยทำให้ผมสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ ทำให้ผมสามารถส่งเสียน้องชายเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้"

หลังจากสร้างตำนานให้วงการมวยไทย มาในปี 2014 เดชดำรงค์ก็ได้เข้าสู่วงการศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสาน ก่อนจะใช้เวลาไม่นานก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลกได้สำเร็จ

ด้วยบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยยอดฝีมือระดับโลกที่ค่าย อีโวลว์ เอ็มเอ็มเอ (Evolve MMA) ในสิงคโปร์ ทำให้เขาได้รับการช่วยเหลือจากหลายๆคน ในช่วงที่ปรับตัวจากวิชามวยไทยสู่การขึ้นสังเวียนด้วยศิลปะป้องกันตัวแบบผสมผสาน

"ครั้งแรกที่ผมมาถึง อีโวลว์ เอ็มเอ็มเอ ผมไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ลองศาสตร์แขนงนี้ แต่หลังจากได้พบบรรดาแชมป์โลกที่นี่ ผมได้เรียนรู้ศิลปะป้องกันตัวมากมาย เช่น บราซิเลียน ยูยิตสู ผมก็เริ่มสนใจทันที และต้องการจะลองความท้าทายครั้งนี้" เขากล่าว

"มันเป็นเรื่องยากเหมือนกันในช่วงแรก เพราะมันค่อนข้างซับซ้อนในแง่ของการเคลื่อนไหวและเทคนิกต่างๆในแนวราบ แต่มันท้าทายจนผมรู้สึกสนุกกับมัน วิชามวยไทยก็ช่วยผมได้บ้างเล็กน้อยกับทักษะในท่านอน"

จนถึงตอนนี้ เดชดำรงค์มีประสบการณ์มาแล้ว 12 ไฟต์ และยังตั้งเป้าหวังทวงเข็มขัดแชมป์โลกมาครองให้ได้อีกครั้ง โดยในวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายนนี้ เขามีโปรแกรมขึ้นสังเวียนในพิกัดสตรอว์เวต พบกับ ฮิมานชู เคาชิก (Himanshu Kaushik) คู่ต่อกรชาวอินเดีย ในศึก ONE: HEART OF THE LION ที่สิงคโปร์ อินดอร์ สเตเดี้ยม

"เป้าหมายของผมคือการได้เป็นแชมป์อีกครั้ง ผมจะซ้อมให้หนักและทำทุกวิถีทางเพื่อให้มันเป็นจริงให้ได้" เดชดำรงค์ทิ้งท้าย

ท่านสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 22.10 น. เป็นต้นไป

บทความอื่นๆ ของ bossum
คอลัมน์มวย
เมืองไทย โกอินเตอร์ หวังสร้างชื่อให้โลกรู้จัก
คอลัมน์มวย
มารู้จัก! วันชนะ น.นริสสร ภาคใหม่ต้องไฉไลกว่าเดิม
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น