ความเหมือนที่แตกต่างของ แรชฟอร์ด และ แอนดี้ โคล

ภาพรวมของศึก เนชั่น ลีก ดูจะเป็นไปได้ด้วยดีนะครับ ไม่ว่าจะในแง่ของเรตติ้ง หรือสิทธิประโยชน์ของทีมชาติต่างๆ ที่จะได้ลุ้นคว้าตั๋วลุย ยูโร 2020

กับทีมขวัญใจมหาชนอย่างทีมชาติอังกฤษ พวกเขากำลังเจอกับช่วงเวลาที่เป็นเครื่องหมายคำถามว่า ทีมจะเดินต่อไปในทิศทางไหนหลังคว้าอันดับ 4 ในศึก เวิลด์ คัพ 2018

นับตั้งแต่แพ้ โครเอเชีย ในรอบรองชนะเลิศ – ตอนนี้ อังกฤษ แพ้มาติดกันแล้ว 3 ซ้อน! ไล่ตั้งแต่การโดน เบลเยี่ยม ซัดในแมตช์ชิงอันดับ 3 ต่อเนื่องมาถึงเกมล่าสุดที่พ่าย สเปน 1-2

หากไม่มองแค่เรื่องผลการแข่งขัน จริงๆ แล้ว แกเร็ธ เซาธ์เกต เทรนเนอร์หนุ่ม ก็แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในแมตช์แพ้ทัพ “กระทิง” เช่นกัน

ในเกมดังกล่าว พลพรรค “สิงโตคำราม” มีการนำเอาการต่อบอลเท้าสู่เท้ามาใช้ มีความพยายามในการเล่นลูกทะลุช่อง ซึ่งก็ทำได้ดีเอามากๆ ไม่ได้มีแค่ลูกเซ็ตพีซแต่อย่างใด

แต่ความดีความงามหลายๆ ครั้งที่ว่านี้ ต้องมาพังลงเพราะการจบสกอร์ของ มาร์คัส แรชฟอร์ด!

มันก็จริงที่ดาวเตะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นผู้ยิงเบิกร่องให้ “ทรี ไลอ้อนส” ขึ้นนำไปก่อน แต่ถ้ามองเกมหลังจากนั้นเป็นต้นไป เราต้องบอกว่า แรชฟอร์ด เอาโอกาสทองไปโยนทิ้งบ่อยครั้งมาก

England’s Marcus Rashford has a shot at goal during their Nations League meeting with Spain at Wembley. Photo: Toby Melville/Reuters

แม้จะมีชื่อเป็นผู้ทำประตูในเกมที่แพ้ สเปน 1-2 แต่เจ้าตัวยิงทิ้งยิงขว้างเยอะมาก

จากเด็กที่เคยแจ้งเกิดอย่างน่าตื่นตาเมื่อไม่กี่ปีก่อน มันเหมือนกับว่า แรชฟอร์ด จะยังไม่พัฒนาขึ้นมาจากเด็กเมื่อวันนั้นสักเท่าไหร่ เผลอๆ อาจจะดูดร็อปลงนิดๆ ด้วยซ้ำ

ในเรื่องของการหาพื้นที่หรือความเร็ว แรชฟอร์ด ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะเขาสามารถสลัดตัวประกบเพื่อหาช่องยิงประตูได้เรื่อยๆ และสามารถถอยมารับบอลในแนวลึกได้

ปัญหาก็คือ แรชฟอร์ด ในฐานะกองหน้าคนหนึ่ง ดันจบสกอร์ไม่ดีเอาเสียเลย

หลังจบเกม เดลี่ย์ เมล์ ให้คะแนนเรตติ้ง แรชฟอร์ด อยู่ที่ 6.5 (เต็ม 10) ซึ่งก็ถือว่าไม่น้อย โดยมองว่า แรชฟอร์ด ดูผ่อนคลายในเกมของตัวเองขึ้น และมีชื่อทำสกอร์

แต่หลังจากนี้ มันคงถึงเวลาที่ แรชฟอร์ด จะต้องพยายามยกระดับความเฉียบคมของตัวเองขึ้นไปเสียที หากไม่ต้องการหยุดนิ่งอยู่แค่นี้

โอกาสของเขาส่วนใหญ่นั้น ถ้าเราวิเคราะห์ดูในภาพรวม มันเหมือนกับว่าเจ้าตัวจะรีบร้อนเร่งจังหวะในการยิงมากไป หรือเรียกในอีกแบบหนึ่งว่า “ไม่ละเอียด” นั้นเอง ซึ่งได้ทำให้ลูกยิงของเขาพุ่งไปตรงตัวผู้รักษาประตูเกือบทั้งหมด

Southgate consoles Marcus Rashford after the 1-0 loss to Belgium

แรชฟอร์ด อาจจะต้องการเกมมากกว่านี้เพื่อให้เขากลายเป็นสุดยอดดาวยิงก็เป็นได้

กับช่วงวัย 20 มันยังเหลือเวลาให้เขาได้ปรับปรุงอยู่ แต่ถ้าให้ดี เขาควรจะรีบถีบตัวเองขึ้นมาได้แล้ว

ในอดีต เราเคยเห็นตัวอย่างคล้ายๆ แบบนี้มาเหมือนกันที่ค่าย โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั่นก็คืออดีตศูนย์หน้าเจ้าของฉายา “สากกะเบือเคลื่อนที่” อย่าง แอนดี้ โคล

มันเคยมีช่วงเวลาหลายปีเหมือนกันนะครับ ที่ “คิง โคล” ถูกมองว่าเป็นตัวตลกของ “ปีศาจแดง” ภายหลังจากที่ใช้โอกาสแต่ละครั้งโคตรเปลือง และชอบพลาดลูกง่ายๆ

แม้จะยิงประตูในสโมสรมากมาย แต่ทีมชาติโคลเจ้าตัวกลับยิงได้เพียง 1 ลูกเท่านั้น

ในท้ายที่สุด โคล ไม่ยอมแพ้! เขาต่อสู้พัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ จนลบเสียงครหาได้สำเร็จ และกลายเป็น 1 ในยอดศูนย์หน้าที่เก่งที่สุดตลอดกาลคนหนึ่งของ แมนฯ ยู

มันก็คล้ายกับ แรชฟอร์ด ในหลายๆ อย่าง สิ่งที่ 2 คนนี้มีเหมือนกันคือจมูกไว หาพื้นที่เก่ง , มีความคล่องแคล่ว สามารถหาจังหวะในการส่องประตูได้ตลอด

ที่เหลือก็แค่ส่องให้มันเข้าไปสู่ก้นตาข่าย แล้วชีวิตของ แรชฟอร์ด หลังจากนี้จะดีเองครับ

ยอดขวัญ

บทความอื่นๆ ของ "ยอดขวัญ"
เลาะรั้วแอนฟิลด์
มิลเนอร์ คนธรรมดา อยากให้โลกจำ
เลาะรั้วแอนฟิลด์
ถ้าหาก ซาล่าห์ กับ มาเน่ ไม่ถูกกัน ?
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น