ยุวชนไทย ที่ 5 เอเชีย กับบทเรียนที่ราคาแพง

เสร็จสิ้นกันไป กับภารกิจชิงแชมป์เอเชีย ของทีมยุวชนชายทีมชาติไทย ซึ่งเกมสุดท้ายสามารถเอาชนะ จีน 3-2 เซต และคว้าอันดับที่ 5 มาครอง

พร้อมกันนี้ การคว้าที่ 5 ในครั้งนี้ ยังเป็นผลงานที่ดีที่สุดของทีมชาติไทย ในการแข่งขันรายการนี้รอบ 15 ปี หลังจากที่เคยคว้าอันดับที่ 5 ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2003

ผลงานของน้อง ๆ และทีมงานสต๊าฟฟ์โค้ช โดยรวมแล้วถือว่าน่าพอใจ หากเทียบถึงประสบการณ์ของทุกคนในรายการนี้ แทบจะเรียกว่าใหม่ยกชุด แต่สามารถจบอันดับสูงสุดในรอบ 15 ปี

แม้แต่ "โค้ชเจน" เจนวิทย์ โอชาอัมพวัน หัวหน้าผู้ฝึกสอน ยังเอ่ยปากว่า ที่จริงรายการนี้ ตนเข้ามาเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนก่อนก็ไม่เสียหาย และให้โค้ชที่มีประสบการณ์ในเวทีนานาชาติเข้ามาทำก่อนก็ได้ แต่ก็ถือเป็นประการณ์ที่ล้ำค่าของทั้งโค้ช และทีมงาน

ขณะที่นักกีฬา เราก็ทราบกันดีว่า รายการนี้นักกีฬาเล่นได้แค่ครั้งเดียว ดังนั้นรายการนี้จึงเป็นเวทีเอเชียครั้งแรกของทุกคน อาจจะมีบางคนที่เคยผ่านประสบการณ์กับรายการนักเรียนไทย "อาเซียน สกูล เกมส์" มาบ้าง แต่ก็แค่ในโซนอาเซียน และเกมยังไม่เคี่ยวขนาดนี้

อีกประการ คือการเก็บตัวฝึกซ้อมที่มีเวลาน้อย คือเริ่มต้นกันจริง ๆ ในช่วงประมาณต้น ๆ เดือนพฤษภาคม มีเวลารวมทีมกันไม่ถึง 2 เดือน

และที่น่าเสียดายอีกอย่างคือ ผู้เล่นที่มีฝีมืออย่าง ศุภกร เจนไธสง หัวเสาจากโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม ที่ผลงานพีคกับต้นสังกัดในหลาย ๆ รายการ และอายุยังไม่เกินเกณฑ์ในรายการนี้ ทว่าดันเคยเล่นในรายการนี้มาแล้วเมื่อปี 2017 ทำให้อดติดทัพยุวชนชุดนี้

อีกทั้งก่อนเดินทางมาอิหร่าน อับบราฮัม แอนโคมาห์ หัวเสาลูกครึ่งไทย-กานา ดันมาเจ็บที่เอวเสียก่อน ทำให้ใช้งานได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่ และทีมไทย เหลือหัวเสาไว้ใช้เพียงแค่ 3 คน

ดูจากอุปสรรคต่าง ๆ และผลงานที่ออกมาก ดูแล้วก็น่าพอใจในระดับหนึ่ง

แต่ครั้งนี้ น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับน้อง ๆ นักกีฬาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเกม ไต้หวัน ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ที่เราเป็นฝ่ายแพ้ไป 0-3 เซต ทั้ง ๆ ที่เราเคยชนะเขามาแล้วในรอบแรก แต่มาเจออีกหนดันแพ้ซะงั้น

จุดนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ และเป็นประเด็นศึกษาสำหรับน้อง ๆ ที่จะต้องนำไปปรับปรุงสำหรับตนเอง และทีมชาติในอนาคต เพราะคาดผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในบางจุด ทำให้เราอดสร้างประวัติศาสตร์ที่จะไปเล่นชิงแชมป์โลก ด้วยฝีมือของเราเองอย่างน่าเสียดาย

นับว่าเป็นบทเรียนที่ราคาแพงของน้อง ๆ ชุดนี้ทีเดียว

สรุปสุดท้าย หนุ่มไทย ลงสนามไปทั้งหมด 6 เกม ชนะ 4 แพ้ 2 โดยเกมที่แพ้ คือเกมกับ อิหร่าน (1-3) และไต้หวัน (0-3) ส่วนนัดที่ชนะ คือชนะ ไต้หวัน (3-0), มาเลเซีย (3-0), ออสเตรเลีย (3-0) ปิดท้ายด้วยงานชิ้นโบว์แดง ชนะ จีน (3-2) ในรอบชิงที่ 5

สำหรับตัวผมเอง ที่ติดตามวอลเลย์บอลไทยมาได้ 4-5 ปี เห็นทีมหญิง ไปแข่งขันในรายการระดับเอเชียทีไร ทุกชุดอย่างน้อยคือการเข้ารอบรองชนะเลิศ หรือ 4 ทีมสุดท้ายตลอด

ผิดกับทีมชาย ที่ดูทีไร ไม่ร่วงรอบแรก ก็รอบ 8 ทีม และเมื่อดูจากสถิติที่ผ่าน ทีมชายเคยเข้ารอบรองชนะเลิศในรายการเอเชียไม่กี่ครั้งเท่านั้น

ทีมชุดนี้แม้จะทำไมได้เช่นเดียวกับชุดก่อน ๆ แต่เชื่อเหลือเกินว่า ในอนาคตเราคงได้เห็น วอลเลย์บอลชายทีมชาติไทย ทุกชุด ไปยืนในรอบรองชนะเลิศ เฉกเช่นทีมหญิงได้เช่นกัน

หวังให้เป็นเช่นนั้นครับ

บทความอื่นๆ ของ อ๋อมแอ๋ม
คอลัมน์วอลเลย์บอล
​Preview VTL 2019 : นครราชสีมา พบ พิษณุโลก
คอลัมน์วอลเลย์บอล
VTL 2019 Stars : กิตติธัช นุวัตดี - ราชมงคลล้านนา ...
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น