ชนะ ญี่ปุ่น ก็โอเค แต่ถ้าได้แค่นี้คงไม่ถึงแชมป์โลก

นับเป็น 1 ในชัยชนะที่ดราม่าที่สุดครั้งหนึ่งของศึก เวิลด์ คัพ ภายหลังจากที่ เบลเยี่ยม จัดการเชือด ญี่ปุ่น 3-2 ในการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

นับเป็นศึกฟุตบอลโลก ที่มีการยิงประตูในช่วงท้ายเกมหรือทดเวลาบาดเจ็บมากมายเหลือเกิน และได้ส่งผลให้การต่อสู้ของสายบนเป็นอะไรที่โหดเหี้ยมสุดๆ เพราะเต็มไปด้วยทีมยักษ์ใหญ่ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมต่อการคว้าแชมป์ทุกชาติ

แน่นอนว่าเราคงต้องชมทัพ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมในแง่ของการแก้เกม และจิตวิญญาณของเลือดนักสู้ ที่ไม่เคยยอมแพ้จนถึงวินาทีสุดท้าย เช่นเดียวกับขุนพล “ซามูไร” ที่บู๊แหลกเลือดตาแทบกระเด็น และประกาศศักดาให้โลกได้เห็นว่าทีมจากเอเชีย นั้นพัฒนาขึ้นมามีพิษสงมากขนาดไหน

ญี่ปุ่นถือว่าทำได้ดีในการต่อกรกับอดีตทีมอันดับ 1 ของโลก(ตามแรงกิ้งฟีฟ่า 2015)

น้ำตาลูกผู้ชายของผู้เล่นแดน “อาทิตย์อุทัย” คือภาพที่สะเทือนในแฟนบอลทุกคนที่ได้เห็น

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ชัยชนะของ เบลเยี่ยม เราต้องพูดกันตามความจริงด้วยเช่นกันว่าพวกเขาเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของการจบสกอร์ที่สิ้นเปลืองเหลือเกิน

ผลจากการที่ไม่สามารถคุมเกมให้เหนือกว่า ญี่ปุ่น ได้เบ็ดเสร็จ นั้นก็ทำให้ เบลเยี่ยม ต้องเจอกับสถานการณ์เป็นฝ่ายตามหลังที่ยากลำบาก และอาจทำให้หลายๆ คนนึกถึงภาพที่พวกเขาเคยพ่ายให้กับ เวลส์ แบบพลิกล็อคสุดๆ ในศึก ยูโร 2016

ยังดีว่าที่เรื่องเลวร้ายขนาดนั้นไม่เกิดขึ้นกับ เบลเยี่ยม ในครั้งนี้ ซึ่งก็ต้องชมการแก้เกมของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ที่เปลี่ยนตัวผู้เล่นได้อย่างเหมาะเจาะและใช้จุดเด่นเรื่องรูปร่างของตัวเองให้เป็นประโยชน์

การเลือกส่งเฟลไลนี้ลงมาทำให้ทีมเอาชนะลูกกลางอากาศได้สบาย

ประเด็นก็คือ ในการแข่งขันรอบต่อไปที่จะพบกับ บราซิล พวกเขาจะไม่สามารถแก้ลำด้วยแท็คติกแบบนี้ได้อีกแล้ว และพวกเขาอาจไม่มีสิทธิ์ที่จะคัมแบ็คกลับมาได้อีกในการเจอกับคู่แข่งที่เก่งกาจกว่านี้

เบลเยี่ยม ถูกจับตามองมานานมากแล้วถึงขุมกำลังนักเตะที่เต็มไปด้วยคุณภาพ หรือพูดง่ายๆ คือ โกลเด้น เจเนอเรชั่น และพวกเขาก็เก็บประสบการณ์เล่นร่วมกันมานานพอสมควร ซึ่งนั่นรวมไปถึงรอยแผลความผิดหวังครั้งใหญ่ในศึก ยูโร หนล่าสุด

นั่นทำให้ เบลเยี่ยม ถูกคาดหวังในศึก เวิลด์ คัพ ครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ว่าจะก้าวไปถึงจุดสูงสุดด้วยการคว้าแชมป์โลกสมัยแรกเสียที เพราะถ้ายังทำไม่ได้อีก ขุมกำลังยุคทองนี้ก็ดูจะถึงจุดสิ้นสุดอย่างเป็นทางการ เห็นได้จากผู้เล่นตัวหลักหลายๆ คนที่เริ่มอายุมากเต็มที

สถานีต่อไป นับว่าโหดสุดๆ แล้ว การต้องพบ บราซิล ที่เริ่มเล่นดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าผ่านไปได้ พวกเขาก็มีโอกาสได้ความมั่นใจติดเครื่องยาวๆ แต่เรื่องนั้นจะไม่เกิดขึ้นแน่นอนถ้าหากพวกเขายังเล่นได้แค่เหมือนนัดที่เจอ ญี่ปุ่น

การเจอกันระหว่าง 2 ทีมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นน่าตื่นตาตื่นใจ ดูแล้วน่าจะสนุกเร้าแฟนบอลสุดๆ อย่างแน่นอน แต่สุดท้ายจะเป็นอย่างไรบ้าง เราคงต้องติดตามกันครับ  

ยอดขวัญ

บทความอื่นๆ ของ "ยอดขวัญ"
เลาะรั้วแอนฟิลด์
มิลเนอร์ คนธรรมดา อยากให้โลกจำ
เลาะรั้วแอนฟิลด์
ถ้าหาก ซาล่าห์ กับ มาเน่ ไม่ถูกกัน ?
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น