ตีกี้ ตาก้า ต่อบอลจนหลับ! และปรัชญาตกยุคของ สเปน

ครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไหร่นัก ระบบการเล่น ตีกี้ ตาก้า คือสุดยอดแผนการเล่นที่ทุกคนทั่วโลก ให้การยกย่อง มันเกิดขึ้นในยุคทองของวงการฟุตบอลสเปน โดยเริ่มต้นขึ้นจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ บาร์เซโลน่า ต่อเนื่องไปถึงขุนพล “กระทิงดุ” ชุดแชมป์ ยูโร 2008 ของกุนซือขรัวเฒ่า หลุยส์ อาราโกเนส

การต่อบอลทำชิ่ง การเคลื่อนที่อันนิ่มนวล การจบสกอร์อันเด็ดขาด คือคุณสมบัติทั้งหมดที่ทำให้คู่ต่อต่อแทบไม่รู้จะหาวิธีมารับมือยังไง ทีมชุด ยูโร 2008 ที่มี ตอร์เรส, บีย่า, เซนน่า , รามอส , ชาบี นั้นนับได้ว่าดุดันเหี้ยมเกรียมที่สุด พวกเขาเล่นกันด้วยเกมรุกเร้าใจ

แต่หลังจากนั้น สเปน ก็ไม่ได้เล่นในแบบเอ็นเตอร์เทนอย่างนั้นต่อสักเท่าไหร่

พวกเขาก็ยังประสบความสำเร็จเป็นแชมป์โลก 2010 ภายใต้การนำของ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ และลากยาวไปจนถึง ยูโร 2012 สเปน ในยุค เดล บอสเก้ เอาชนะคู่แข่งไม่ได้ขาดลอยอะไร แต่พวกเขาต่อบอลแม่นได้ยาวๆ หลายนาที และมีโอกาสปิดบัญชีในฉากสุดท้ายอยู่แล้ว แต่นั่นไม่เหมือนกับตอนนี้อีกแล้ว การตกรอบ เวิลด์ คัพ 2018 อาจไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไรมาก

เดล บอสเก้ ผู้ปรับแต่งสเปนจนกลายเป็นที่แข็งแกร่งสุดๆ จนคว้าแชมป์โลก

เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่ สเปน ต้องเผชิญก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ โดยเฉพาะการเสีย ฆูเลน โลเปเตกี ไปให้ เรอัล มาดริด แบบฟ้าผ่า จนเดือดร้อนมาถึง เฟร์นานโด เอียร์โร่ ที่ต้องเข้ามากู้สถานการณ์แทน

แต่การตกรอบด้วยน้ำมือของทีมรองบ่อนอย่าง รัสเซีย นั้นนับได้ว่าเป็นสิ่งที่หลายๆ คนไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น ขุนพล “ลา โรฆา” ในยุคของ เอียร์โร่ ยังคงต่อบอลจากเท้าสู่เท้าได้แม่นเหมือนเดิม เห็นได้จากสถิติการผ่านบอลแม่นตลอดทั้งเกมที่สูงถึง 91 เปอร์เซ็นต์

แต่มันกลับเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์อย่างที่สุด เพราะลูกบอลไม่ได้ถูกลำเลียงคืบหน้าไปไหนเลย นอกจากจะเสียเวลาทัพ “กระทิง” เองแล้ว สิ่งที่เสียหายกว่าก็คือแฟนบอลในสนามที่เบื่อหน่ายกับการครองบอลที่ไม่คืบหน้าไปไหนเลยอย่างถึงที่สุด

การถ่ายบอลจากซ้ายไปขวา จากกลางไปหลัง วนไปวนมาแบบนี้อยู่เป็นสิบรอบต่อการครองบอล 1 ครั้ง โดยที่แทบไม่มีโอกาสจบด้วยการยิงเลย

เชส ฟาเบรกาส อดีตห้องเครื่องคนสำคัญของทีมในยุครุ่งเรือง ถึงขั้นบ่นออดๆ ว่าการต่อบอลของ สเปน นั้นเป็นอะไรที่น่าเบื่อสุดๆ

บางทียุคของฟุตบอล ตีกี้ ตาก้า ในทีมชาติสเปน อาจถึงจุดสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ ตลอด 120 นาที ที่สนาม ลุซนิกี้ ทัพ “กระทิง” เล่นแผนเดียวแบบนั้นไปทั้งเกม และ เอียร์โร่ ก็ทำตัวสมกับเป็นคนที่เข้ามารักษาการณ์

นั่นก็คือเขาแทบไม่สามารถแก้ไขหรือปรับแผนอะไรได้เลย

โดยมีเพียงแค่การเปลี่ยนผู้เล่นตำแหน่งต่อตำแหน่งเท่านั้น ส่วนที่เหลือก็สวดภาวนาให้เกิดจังหวะโชคช่วยเป็นใจ การตีตั๋วกลับบ้านเร็วในรอบ 16 ทีม จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายถึงขั้นโลกแตกอะไรนัก เพราะทัวร์นาเมนต์หน้าก็ยังมีรอพวกเขาอยู่

แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าก็คือแล้วใครล่ะ ? ที่จะก้าวเข้ามากู้ศรัทธาฟุตบอลทีมชาติหลังจาก เอียร์โร่

คงไม่ค่อยมีใครตำหนิการทำหน้าที่ของ เอียร์โร่ ที่เข้ามาแบบฉุกเฉิน

นอกเหนือจากกุนซือแล้ว นักเตะในทีมหลายๆ คนก็กำลังจะปิดฉากตัวเองแล้วเช่นกัน เริ่มตั้งแต่ อีเนียสต้า ที่ประกาศแล้วเรียบร้อยว่าขอจบการรับใช้ชาติแต่เพียงเท่านี้ สายเลือดใหม่ที่รออยู่ ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ดีเหมือนรุ่นพี่ๆ ที่สร้างไว้หรือไม่

เพราะถ้าหากยอดทีมอย่าง อาร์เจนตินา ยังต้องกังวลถึงอนาคตของตัวเองที่ไม่มี เมสซี่ แล้วล่ะก็…… สเปน ในยุคหลังปี 2018 ก็ควรต้องกังวลกับสายเลือดใหม่ของตัวเองและพิจารณาถึงปรัชญาฟุตบอล ตีกี้ ตาก้า ที่เริ่มใช้ไม่ได้ผลแล้วเช่นเดียวกันครับ

ยอดฝั๋น

บทความอื่นๆ ของ "ยอดขวัญ"
ทันเดทไลน์ by ยอดฝั๋น
มหกรรมทุ่มแหลกของ คล็อปป์ และความน่ากลัวของ หงส์
ทันเดทไลน์ by ยอดฝั๋น
ซาร์รี่ กับภารกิจขี่ สิงห์ ที่ส่อทีมแตก
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น