VOLLEY TALK : โค้ชต่างชาติกับวงการวอลเลย์บอลไทย

ทุกครั้งที่ทีมชาติไทยลงทำการแข่งขันวอลเลย์บอลรายการต่างๆ จะชนะหรือจะแพ้ ต่างก็จะมีทั้งดอกไม้ที่มอบให้ และ ก้อนหินที่ขว้างใส่ แต่นั้นก็เป็นปกติของสังคมโซเชียลมีเดียที่ทุกคนมีสิทธิ์แสดงออกตามความคิดเห็นและข้อมูลที่ตัวเองพึงมี

ตั้งแต่ทีมวอลเลย์บอลสาวไทยลงแข่งขันในนามทีมชาติภายในปีนี้ สิ่งที่เห็นตามพื้นที่ต่างๆคือความเห็นของกลุ่มคนมากมาย ที่มีเข้ามาติติง แสดงความเห็น แลกเปลี่ยนมุมมอง และ ก็มีที่เข้ามาระบายอารมณ์ด้วยการด่าทอ 

แต่สิ่งที่รู้สึกดีในปีนี้คือได้เห็นคนที่ดูวอลเลย์บอลด้วยความเข้าใจในข้อมูลมากขึ้น คนที่เคยเห็นต่อว่ากลายเป็นคนที่ดูด้วยความสนุก บางคนคอยเอาข้อมูลอีกด้านมาเติมให้ หรือแม้กระทั่งคอยอธิบายให้คนเข้าใจเพิ่มอีกด้วย ส่วนตัวมันทำให้รู้สึกประเทืองความรู้มากๆ และ อีกอย่างเลยคือเห็นสิ่งที่คนดูสะท้อนออกมาให้เป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบ 

ดังนั้นผมจึงขออนุญาตเลือกคำถามที่น่าสนใจ 1 ข้อเข้ามาเขียนขยายความ 

ทำไมไทยไม่เอาโค้ชต่างชาติมาทำทีม ?

สำหรับผมบอกเลยว่าคำถามนี้เกิดประโยชน์มากๆ มันเป็นโอกาสดีที่จะได้อธิบาย และ เพิ่มข้อมูลให้กับคนดูหรือผู้อ่านได้มากขึ้น เพราะคนจำนวนมากมองไปที่ปลายทางถึงผลงานการแข่งขัน และ มักเอาประเทศอื่นมาเปรียบเทียบกับไทย อย่างญี่ปุ่นนี้โดนเทียบบ่อยมาก โดยไม่เข้าใจว่าต้นทางของประเทศไทยกับกีฬาวอลเลย์บอลมันเป็นอย่างไร

ผมอยากให้ทดเรื่องใช้โค้ชต่างชาติไว้ในใจก่อนนะครับ แล้วลองอ่านข้อมูลที่ผมจะเขียนต่อจากนี้

ในเมื่อญี่ปุ่นคือต้นแบบที่คนไทยมักนำมาอ้างอิง ผมจึงเขียนเทียบให้ดู

ประเทศญี่ปุ่น ระดับโรงเรียนประถม
ใช้การฝึกสอนเน้นทักษะพื้นฐานการเคลื่อนที่ และ การรับบอลเป็นหลัก ซึ่งวิธีนี้เป็นสิ่งที่ทุกโรงเรียนในญี่ปุ่นทำทั้งหมด ส่วนการหาเด็กนั้นโรงเรียนจะเปิดเป็นชมรมให้เด็กเข้ามาสมัคร ซึ่งแต่ละโรงเรียนไม่ได้นำผลงานมาเป็นตัวเทียบว่าจะมีงบประมาณให้ในปีถัดไปของชมรมหรือไม่ 

ประเทศไทย ระดับโรงเรียนประถม 
คุณครูต้องออกหาเด็กที่พอจะมีหน่วยก้านมาเล่น ถ้าโชคดีก็จะมีสูงหลุดมาบ้าง แต่ถ้าเปิดรับสมัครก็จะเจอแต่หุ่นบางเล็ก สอนเท่าที่ตัวเองมีความรู้ แต่มีความตั้งใจสูงมาก วิธีการสอนเน้น เสิร์ฟบอลได้ อันเดอร์ได้ ตีได้ ทักษะแบบกลางๆไม่มีอะไรเด่น แต่ละโรงเรียนกระจัดกระจายการสอนไม่มีทิศทางที่ไปทางเดียวกัน โรงเรียนหวังผลงานมากกว่าการพัฒนา ถ้าทำผลงานไม่ดีก็มีโอกาสโดนตัดงบ ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้การสอนเน้นไปที่โครงสร้างการเล่นมากกว่าที่จะเน้นทักษะพื้นฐาน

ประเทศญี่ปุ่น ระดับโรงเรียนมัธยม
ยังคงใช้ทักษะพื้นฐาน บวกกับการซ้อมที่หนักขึ้น มีการสอนระบบเชิงลึกแทรกเข้าไป การเคลื่อนที่ตีบอล นักกีฬาเรียนรู้ได้ง่าย เพราะมีความเคยชินกับทักษะพื้นฐานแล้ว แต่ละโรงเรียนมีนักกีฬาไม่เยอะเกินไป ซึ่งพอดีกับการดูแลของโค้ช แม้ว่านักกีฬาจะเปลี่ยนโรงเรียนแต่ด้วยวิธีการสอนที่ไม่ต่างกันทำให้ระบบมันต่อถึงกันได้

ประเทศไทย ระดับโรงเรียนมัธยม
การย้ายมาอยู่โรงเรียนใหม่ ทุกอย่างถูกนับหนึ่งใหม่ วิธีการหานักกีฬาโค้ชจะออกตามหาเด็กตามที่ต่างๆ เพื่อดึงเข้ามาร่วมทีม  และอีกอย่างที่อยากให้รู้เลยคือนักกีฬาวอลเลย์บอลในประเทศไทยเป็นเด็กที่มีความขัดสนทางครอบครัวเป็นส่วนใหญ่ แล้วเด็กพวกนี้จะถูกให้มากินนอนอยู่ที่โรงเรียน ก็สุดแล้วแต่ว่าจะเป็นโค้ชที่ออกไปหา หรือ พ่อแม่เด็กจะพาลูกไปฝาก บางโรงเรียนมีเด็กมากกว่า 60 คน แต่มีโค้ชสอนอยู่ 2-3 คน เป็นสัดส่วนที่ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไร แต่ก็เข้าใจเพราะมีหลายรุ่นต้องดูแล

แล้วการฝึกระดับโรงเรียนมัธยมในประเทศไทย ส่วนมากเน้นการขึ้นเกมเป็นหลัก เห็นได้ชัดจากการแข่งขันตามรายการต่างๆ จะมีเด็กอยู่ 1 ถึง 2 คนในทีมที่เป็นตัวความหวัง เรื่องทักษะต่างๆไม่ต้องพูดถึง ถ้าเอามาตรฐานญี่ปุ่นไปเทียบ เราห่างจากเขาหลายเท่าตัว 

นี่คือต้นน้ำของวงการวอลเลย์บอลไทย ที่มันไม่มีระบบหรือโครงสร้างอะไรที่เป็นแนวทางเลย และ การที่จะมีนักกีฬาคนหนึ่งได้ก้าวขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ มันเป็นอะไรที่ยากจริงๆ 

แต่ทำไมทีมไทยได้ก้าวขึ้นไปอยู่ระดับโลก ได้เข้าร่วมแข่งขันอยู่เป็นประจำ ทั้งที่รากหญ้าเราไม่เขียวขจี

นั้นเพราะมันเป็นความโชคดีที่ โค้ชอ๊อต และ สมาคมฯ ได้ทำโปรเจคพิเศษพากลุ่มคนจำนวนหนึ่งไปกินนอนอยู่ร่วมกันที่จังหวะยะลา โดยฝึกอย่างเข้มข้น มีรูปแบบและแผนที่กำหนดเอาไว้ชัดเจน จนในที่สุดก็ประสบผลความสำเร็จ จากที่แพ้ทุกทีม กลายเป็นทีมไทยชนะทุกทีมที่อยู่อันดับโลกเหนือกว่าทีมไทยได้หมด 

ถ้าเราตัดนักกีฬาทีมงานสต๊าฟฟ์ที่อยู่ในยุคของโค้ชอ๊อตออก ทีมชาติตอนนี้แทบจะไม่เหลืออะไรเลย 

ผมรู้ว่าคุณจะถาม "แสดงว่าโค้ชด่วนไม่ได้สร้างอะไรเลย" ใช่ไหมครับ 

แต่ผมอยากให้รู้เอาไว้ว่า โค้ชด่วนคือเงาที่อยู่ติดกับโค้ชอ๊อตมาตั้งแต่ทำทีมที่ยะลา เป็นคนที่ร่วมฝึกเด็กชุดนั้น เพียงแต่แกไม่ใช่คนที่ชอบขึ้นมายืนข้างหน้าเท่านั้นเอง และ การที่โค้ชอ๊อตเลือกให้โค้ชด่วนเป็นคนรับช่วงต่อนั้น มันแปลได้ชัดเจนเลยว่านี่คือคนที่โค้ชอ๊อตมั่นใจและคิดว่าดีที่สุดแล้ว 

ในยุคก่อนนั้นกลุ่มวอลเลย์บอลระดับทีมชาติตั้งหน้าตั้งตาทำผลงานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ และ ประสบผลความสำเร็จที่น่าพอใจ แต่เวลาส่วนใหญ่ไปเน้นเรื่องการซ้อม การฝึก เข้าแข่งขันทั่วโลก จนไม่มีเวลาพัฒนาวงการวอลเลย์บอลภายในประเทศ ผลที่เกิดขึ้นตอนนี้คือทรัพยากรที่มีคุณภาพที่จะก้าวขึ้นมามันน้อยมาก 

ดังนั้นนักกีฬาทีมชาติไทยในตอนนี้ที่เราเห็นกันนั้นคือกลุ่มที่ดีที่สุดในไทยแล้ว ต่อให้ตอนนี้เอาโค้ชที่เก่งระดับโลกมาคุมทีมไทยก็ไม่ได้ดีไปกว่านี้แน่นอน

ผมยังไม่ขอผ่อนเรื่อง และ อยากให้คนที่อ่านมาถึงตรงนี้ เดินทางไปกับตัวหนังสือของผมต่ออีกสักหน่อย

มีประโยคหนึ่งที่ผมเขียนเอาไว้ว่า "ทีมไทยพยายามทำผลงานในระดับโลกให้ดี จนไม่มีเวลามาพัฒนาวงการภายในประเทศ" นี่คือเรื่องจริง 

แต่ตอนนี้กลุ่มโค้ชทีมชาติ โค้ชด่วน โค้ชชำนาญ เริ่มจะสร้างอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว 

อย่างแรกที่เห็นคือการสร้างโครงการที่ออกหานักกีฬาที่มีรูปร่างสูงทั่วไทย แล้วคัดกรองเพื่อนำเด็กเข้ามาฝึก และ เชิญ"โค้ชโรงเรียน"เข้ามาดูการซ้อม รวมไปถึงแนะนำแบบฝึกให้ 

ซึ่งการที่โค้ชโรงเรียนพูดขึ้นมาว่ามีหลายอย่างที่ไม่เคยรู้เลย นั้นเป็นตัวชี้วัดแล้วว่าวงการวอลเลย์บอลระดับเด็กของไทยมีปัญหาเรื่องการฝึกจริงๆ 

เท่านั้นยังไม่พอ เด็กที่เข้ามาเก็บตัวฝึกซ้อมก็บอกว่าไม่เคยเจอการซ้อมแบบนี้เลย มันต่างกับที่โรงเรียนมากๆ 

เราเริ่มมองเห็นปัญหาจริง ๆ ของวงการวอลเลย์บอลไทยแล้วใช่ไหม?

เมื่อเห็นปัญหา กลุ่มโค้ชก็เดินหน้าสานต่อโครงการที่นำเด็กสูงมาฝึกทุกเดือน และ นำเชิญโค้ชเข้ามาร่วมชมการซ้อมด้วย 

มันเป็นโอกาสดีนะที่ความรู้จะกระจายได้เพิ่มขึ้น ผมเชื่อนะว่าการที่ โค้ชได้ความรู้ 1 คน จะสามารถสอนเด็กได้อีกเป็น 100 คน 

อีกอย่างที่อยากเสนอสมาคมฯมากๆคือการจัดการแข่งขันภายในประเทศทุกรายการ ควรมี 1 วันที่รวมโค้ชที่เข้ามาแข่งให้มาดูการซ้อม หรือ ร่วมวางแนวทางการสอนเด็กไปด้วยกัน อย่างน้อยก็เป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นความรู้ร่วมกันไปในตัว

ผมเชื่อนะว่าวงการวอลเลย์บอลไทยถ้ามีทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจนจากหัวเรือมันจะทำให้โครงสร้างในประเทศเริ่มมีฐานที่ดี 

อะไรทำให้ผมเชื่ออย่างนั้น 

1. ระดับทีมชาติ การที่ผมเห็นเด็กยุวชนมาคัดตัวทีมชาติด้วยทักษะที่แย่มากๆเมื่อปลายปีที่แล้ว และ เวลาผ่านไป 6 เดือนกับการเก็บตัวในแคมป์พวกเขากลับกลายเป็นคนที่มีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดขึ้นมา

2. ระดับโรงเรียน ผมประทับใจการทำทีมของโรงเรียนกีฬานครนนท์วิทยา 6 ผมไม่ได้สนใจผลการแข่งขันของเขานะ เพราะนั้นมันคือผลพลอยได้ที่ทีมควรได้รับ แต่สิ่งที่ชื่นชมคือการสอนทักษะพื้นฐานของทีมงาน ที่ใช้วิธีการเดียวกันกับญี่ปุ่นคือ เน้นทักษะการรับเป็นหลัก เด็กทุกคนต้องมีพื้นฐานที่ดีก่อนเป็นอันดับแรก 

ถ้านครนนท์ทำได้ ทำไมโรงเรียนอื่นจะทำไม่ได้

อีกประเด็นที่มีหลายคนอยากให้โค้ชอ๊อตกลับมานั้น ส่วนตัวก็อยากให้กลับมา แต่อยากให้มานั่งแท่นประธานเทคนิคของสมาคมฯ อยากให้เดินทางไปให้ความรู้ตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อวางแนวทางวอลเลย์บอลของไทยให้ไปทิศทางเดียวกัน แบบนี้น่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับวงการ

ส่วนเรื่องโค้ชต่างชาตินั้น เป็นข้อเสนอที่ดี เพียงแต่มันยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง เพราะวัตถุดิบ ทรัพยากรทางวอลเลย์บอลยังไม่มีให้ได้เลือก และ ถ้าโค้ชต่างชาติเข้ามาทำ เขาก็คงหาตัวนักกีฬาที่จะมาเล่นไม่ได้เท่ากับที่โค้ชไทยเข้าใจวงการหรอก

เอก ประวิตร

บทความอื่นๆ ของ เอก ประวิตร
เอก ประวิตร
VOLLEY TALK : สู้สู้ ไทยแลนด์
เอก ประวิตร
VOLLEY TALK : เซอร์ไพส์จากทีมไทย
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น