เรื่องเล่าข้างสนาม : เบื้องหลังความแข็งแกร่งในสนาม

การมีร่างกายแข็งแรง คือเป็นเรื่องที่สำคัญของนักกีฬา โดยเฉพาะกับกีฬาวอลเลย์บอลที่ต้องใช้พละกำลังเป็นอย่างมาก

โปรแกรมการทำเวทเทรนนิ่งจึงเป็นอีก 1 การฝึกซ้อมที่นักกีฬาทุกคนจะต้องปฏิบัติ เพื่อความแข็งแกร่งของร่างกาย ซึ่งแต่ละคนก็มีความแตกต่างในการเล่น เช่น บางคนต้ัองเสริมในส่วนแขน บางคนเน้นขา เสริมในส่วนที่ขาด หรือลดให้กระชับมากขึ้น 

นักวอลเลย์บอลทีมชาติไทยก็มีการเข้าเวทเทรนนิ่ง ไม่ใช่เฉพาะรุ่นใหญ่ แต่ในระดับยุวชน-เยาวชนก็มีเช่นกัน 

ในช่วงของการเก็บตัวฝึกซ้อมของทีมยุวชนหญิงไทย โปรแกรมการฝึกซ้อมจะถูกจัดโดยสตาฟฟ์โค้ช มีนักกายภาพเข้ามาช่วยดูแล ส่วนใหญ่จะเริ่มฝึกซ้อมในช่วงเช้า เริ่มด้วยการวิ่งรอบสนามฟุตบอล และ เข้าเวทเทรนนิ่ง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ที่ห้องฟิตเนสของศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทยดูแล 

ผศ.ถาวร กมุทศรี

อีก 1 คนที่ทำหน้าที่ดูแลในเรื่องนี้โดยตรงคือ ผศ.ถาวร กมุทศรี รักษาการแทนรองคณบดีฝ่ายบริหาร วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ดูแลนักตบทีมชาติไทยตั้งแต่รุ่นยุวชน-เยาวชน จนถึงทีมชาติชุดใหญ่ทั้งทีมชายและทีมหญิง  

อาจารย์ถาที่ทุกๆคนเรียกจะดูแลในส่วนของการทำร่างกาย (ตามภาษาพูด) คือการเข้าเวทเทรนนิ่งเพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแรง ซึ่งกีฬาวอลเลย์บอลแข่งขันระบบเซต เล่นระบบ 3 ใน 5 หากเจอเกมที่ยืดเยื้อถึงเซต 5 ก็จะเพิ่มความเหนื่อยให้กับนักกีฬา ฉะนั้นการทำร่างกายให้ยืนระยะยาวจนจบเซต 5 ได้จึงมีความสำคัญ 

ในส่วนของยุวชน-เยาวชน ช่วงที่ผ่านมามีการเข้าเวทเทรนนิ่งตลอด ยุวชนหญิงยู 17 รุ่นนี้จึงไม่มีปัญหาสภาพร่างกายให้เห็น เด็กๆเข้าโปรแกรมการฝึกซ้อมตามที่ทีมงานวางไว้ มีการทานเวย์โปรตีนเสริมในส่วนที่สึกหลอ 

อาจารย์ถาวรเล่าให้ฟังว่า นักกีฬารุ่นนี้ถูกเตรียมสภาพร่างกายมาตั้งแต่ต้นของการเก็บตัวฝึกซ้อม เริ่มต้นตั้งแต่พื้นฐาน มีระยะเวลาในการฝึกนาน ทำให้มีความแม่นยำ และท่าทางในการตีดีกว่ารุ่นที่ผ่านมา ส่วนตัวของอาจารย์ถาเข้ามาดูแลให้เป็นช่วงๆ เพราะมีระยะเวลานาน อาจจะมีช่วงที่เด็กต้องออกไปแข่งให้ต้นสังกัดทำให้ขาดช่วง แต่ก็ถือว่ามีระยะเวลานานพอสมควรในการเตรียมร่างกายก่อนการแข่งขัน 

จริงๆแล้วไม่ได้มีแค่การเล่นเวทเทรนนิ่งเท่านั้น แต่เป็นการปูพื้นฐานในการเคลื่อนไหว เด็กๆที่เข้ามาเก็บตัวก็อยู่ในช่วงอายุ 15 ปีมาเก็บตัวกับเด็กในโครงการเด็กสูงทำให้บรรยากาศในการเก็บตัวมีความคึกคัก แต่ก็มีการแข่งขันอยู่ในตัวของมันเอง ทุกคนก็ต้องดิ้นรน และขยันฝึกซ้อม เพราะตัดตัวก่อนการแข่งขันไม่กี่อาทิตย์ ฉะนั้นทุกคนจะพยายามจะโชว์ของให้โค้ชได้เห็น เพื่อให้เป็น 12 คนสุดท้าย 

นักกีฬารุ่นนี้ถือว่าสภาพร่างกายดี เพราะทางสมาคมมีการทดสอบเป็นขั้นตอน ไม่ใช่แค่ทำเวทเทรนนิ่ง ยังมีการตรวจเลือดนักกีฬา เพื่อดูในเชิงลึก ซึ่งการตรวจเลือดมีส่วนช่วยให้ทราบว่านักกีฬามีอาการของโรค หรืออาการบาดเจ็บที่ซ่อนอยู่หรือไม่ โปรแกรมเหล่านี้คือโปรแกรมใกล้เคียงกับที่ใช้กับทีมชาติไทยชุดใหญ่

ส่วนการเวทเทรนนิ่งในรุ่นเด็ก จะเป็นการพัฒนาร่างกายโดยภาพรวม ยังไม่เจาะจงว่านักกีฬานำแหน่งนี้ต้องเล่นเวทแบบไหน เพราะรุ่นเด็กร่างกายยังไม่แกร่งมากพอ ยังไม่สามารถนำรูปแบบที่ใช้กับทีมชาติชุดใหญ่มาใช้กับเด็กๆได้ แต่จะมีบ้างในกลุ่มของเซตเตอร์ กับ ตัวรับอิสระ ที่จะมีอย่างอื่นแทรกเพิ่มเข้ามา อย่างน้อยมีสองถึงสามท่าการเล่นเวท การเคลื่อนที่ที่เติมเข้าไป 

ขณะที่การเล่นเวทแต่ละท่า ถูกกำหนดไว้ที่ท่าละ 10 ครั้ง จับเวลาแล้วเปลี่ยนเวียนกัน ซึ่งก็จะมีน้ำหนักกำหนดมาแล้วว่าต้องทำเท่าไหร่ 

การได้รับการดูแลมาตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้ตอนนี้นักกีฬามีร่างกายที่สมบูรณ์ สังเกตได้ง่ายๆเลยคือ การลงแข่งขันของเด็กๆรุ่นนี้ จะตีบอลได้ค่อนข้างหนัก และไม่เหนื่อยง่าย เพราะได้รับการดูแลในเรื่องของเวทเทรนนิ่งเป็นอย่างดี 

นี้ยังเป็นเพียงรายการในระดับอาเซียน ศึกชิงแชมป์เอเชียที่รออยู่ อาจารย์ถาวรบอกกับเราว่าจะเพิ่มการเวทเทรนนิ่งเข้าไปอีก เพราะเป็นรายการใหญ่ และเข้มข้นกว่าเดิม ฉะนั้นต้องเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายมากขึ้นกว่าเดิม 

เห็นแบบนี้แล้วก็อย่าลืมเอาใจช่วยน้องยุวชนทีมชาติไทยรุ่นยู 17 กันด้วยนะคะ 

 

 

 

 

บทความอื่นๆ ของ chopin
คอลัมน์วอลเลย์บอล
เส้นทางจากรอบแรก สู่รอบสอง
คอลัมน์วอลเลย์บอล
ไหนดูสิ อาทิตย์นี้มีวอลเลย์บอลอะไรบ้าง
ติดตามข่าวสารกับ SMMSPORT ได้ที่
แสดงความคิดเห็น